ไปหน้าแรก

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 1

พระอภิธรรมปิฎก

เล่มที่ ๕

ยมก ภาคที่ ๑ ตอนที่ ๑

ขอนอบน้อมแด่

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น

มูลยมกที่ ๑

อุทเทสวาระในกุสลบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

ชื่อว่ากุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ากุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมดเป็นกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 2

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม.

๓. อัญญมัญญมูลกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่. ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด ชื่อว่ามูลที่เป็นกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นกุศลมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับกุศล

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 3

๓. อัญญมัญญมูลกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

กุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่

กันและกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เป็นกุศล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นกุศล มีอยู่ ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 4

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล มีอยู่.

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เป็นกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับกุศล

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 5

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

กุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

กุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

กุสลบท จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 6

[๒] อุทเทสวาระในอกุสลบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด ชื่อว่าอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าอกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอกุศลมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ? 1

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 7

มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่ ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่

กันและกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับอกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 8

มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่ ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับอกุ-

ศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ

กันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือ ว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 9

มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

อกุสลบท จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 10

[๓] อุทเทสวาระในอัพยากตบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่าอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มี

อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๓ อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าโดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล

ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากต-

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 11

มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพ-

ยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูล

แก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 12

มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลทาเป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่า

นั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มี

อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มี

อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่

ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 13

มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลนยะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพ-

ยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๓ อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อัพยาตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ. ใช่ไหม ?

อัพยากตบท จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 14

[๔] อุทเทสวาระในนามบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่านามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่านามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มี

อยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับนามมูล

ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับนามมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 15

มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่ ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนาม

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลนยะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

นามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูล

แก่กันและกันนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับนามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 16

มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับนามมูล มิอยู่.

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 17

มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่า

นั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

นามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

นามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

นามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนาม ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18

[๕] ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่า

นั้นทั้งหมด เป็นกุศลเหตุ ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลนิทาน ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลสัมภวะ ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลปภวะ ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลสมุฏฐาน ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลาหาร ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลารัมมณะ ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลปัจจัย ใช่ไหม ?

....................เป็นกุศลสมุทัย ใช่ไหม ?

พระธรรมสังคาหกาจารย์ได้ประพันธ์ไว้เป็นคาถาว่า :-

มูล, เหตุ, นิทาน, สัมภวะ และปภวะ, สมุฏฐาน,

อาหาร, อารัมมณะ, ปัจจัย, และสมุทัย.

อุทเทสวาระ จบ

๑. คำเหล่านี้เป็น ไวพจน์ แก่กันและกัน.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ก

ยมกปฺปกรณฏฺกถา

(อรรถกถาแห่งปกรณ์ยมก )

อารมฺภกถา

สงฺเขเปเนว เทวาน เทวเทโว สุราลเย

กถาตฺถุปฺปกรณ เทสยิตฺวา รณญฺชโห ฯ

ยมสฺส วีสยาตีโต นานายมกมณฺฑิต

อภิธมฺมปฺปกรณ อฏฺ ฉฏฺานเทสโก ฯ

ยมก อยมสวฏฺฏ- นีลามลตนูรุโห

ย เทสยิ อนุปฺปตฺโต ตสฺส สวณฺณนากฺกโม

อิทานิ ยสฺมา ตสฺมาสฺส โหติ สวณฺณนา อย ฯ

พระสัมมาสัมพุทธะ ผู้เป็นวิสุทธิเทพ ผู้ประหาณกิเลสอันเป็น

เหตุยังสัตว์ให้ร้องไห้อยู่ในภพน้อยใหญ่ ครั้นทรงแสดงกถาวัตถุปกรณ์

โดยสังเขป แก่ทวยเทพทั้งหลายในสุราลัยเทวโลกแล้ว พระองค์ผู้ก้าว

พ้นเขตแดน ( วิสัย ) ของพระยายม เป็นผู้ไม่มีมลทินเกิดในพระองค์

อันจะหมุนมาสู่วัฏฏะอีก ผู้แสดงธรรมเครื่องประหาณกิเลส ได้ทรง

แสดงอภิธรรมปกรณ์ ชื่อว่า ยมก ซึ้งเป็นปกรณ์ที่ ๖ ประดับด้วย

นานายมกไว้แล้ว บัดนี้ ลำดับการสังวรรณนาแห่งปกรณ์นั้น ถึงพร้อม

แล้ว เพราะฉะนั้น การสังวรรณนาจะมีต่อไป.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ข

อรรถกถามูลยมก

วรรณนาอุทเทสวาระ

ก็ปกรณ์นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสจำแนกไว้แล้ว ๑๐ อย่าง ด้วย

อำนาจของยมก ๑๐ อย่าง คือ มูลยมก ขันธยมก อายตนยมก

ธาตุยมก สัจจยมก สังขารยมก อนุสยยมก จิตตยมก ธรรมยมก

และ อินทริยยมก พึงทราบอรรถแห่งยมก ๑๐ อย่างเหล่านี้ของ

ปกรณ์นี้อย่างนี้

ถามว่า ชื่อว่า ยมก เพราะอรรถว่ากระไร ?

ตอบว่า เพราะอรรถว่า เป็นคู่กัน

จริงอยู่ คำว่า คู่กัน ท่านเรียกว่า ยมก เหมือนกับที่ท่าน

กล่าวไว้ว่า ยมกปาฏิหาริย์ = ปาฏิหาริย์คู่ ยมกสาลา = ไม้สาละ

คู่ เป็นต้น

ในยมกทั้ง ๑๐ อย่างนี้ ยมกหนึ่งๆ ชื่อว่า คู่ เพราะแสดงไว้

ด้วยอำนาจของยมกทั้งหลาย คือ คู่ ด้วยประการฉะนี้ ปกรณ์นี้ทั้งหมด

พึงทราบว่า ชื่อว่า ยมก เพราะรวบรวมคู่ทั้งหลายเหล่านี้ไว้

ยมกแรกแห่งยมก ๑๐ อย่าง เรียกว่า มูลยมก เพราะในมูล-

ยมกนั้นพระพุทธองค์ทรงกระทำการถามและตอบด้วยอำนาจแห่งมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ค

มูลยมกนั้น มี ๒ วาระ คือ อุทเทสวาระ และนิทเทสวาระ

ใน ๒ วาระนั้น อุทเทสวาระ เป็นวาระแรกทรงยกขึ้นแล้วนำออกแสดง

ไปตามลำดับ

ยมกนี้ว่า เยเกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต กุสลมูลา

เย วา ปน กุสลมูลา สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลา เป็นยมกต้น

(คู่แรก ) ของมูลยมกนั้น

พึงทราบความเป็นคู่กัน ( ความเป็นยมก ) แห่งอุทเทสวาระนั้น

ด้วยวิธี ๓ อย่าง คือ อรรถยมก ท่านแสดงด้วยอำนาจแห่งเนื้อความ

๒ อย่าง คือ กุศลและอกุศลอย่างหนึ่ง ธรรมยมก ท่านแสดงด้วย

อำนาจของธรรมที่เป็นแบบแผนที่ดำเนินไปโดยอนุโลม ( ตามลำดับ )

และปฏิโลม ท่านลำดับ ของเนื้อความเหล่านั้นอย่างหนึ่ง อีกอย่าง

หนึ่ง ท่านแสดง ปุจฉายมก ด้วยอำนาจของคำถามที่ดำเนินไปโดย

อนุโลมและปฏิโลม ยมกทั้งหลายที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน

บัดนี้ พึงทราบการกำหนดพระบาลี ด้วยอำนาจแห่งประเภท

ของวาระมี นัย ยมก ปุจฉา และ อรรถ แห่งอุทเทสวาระในมูล-

ยมกนี้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วด้วยยมกทั้งหลายเหล่านี้

อย่างนี้

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ง

นัย ๔ อย่างเหล่านี้ คือ มูลนัย มูลมูลนัย มูลกนัย มูล-

มูลนัย มีอยู่ เพราะอาศัยบทที่เป็นเบื้องต้นนี้ว่า กุสลา ธมฺมา

แห่งกุสลติกมาติกา

ในนัย ๔ อย่างเหล่านี้ นัยหนึ่ง ๆ มียมก ๓ อย่าง คือ มูลยมก

เอกมูลยมก อัญญมัญญมูลยมก จึงเป็นยมก ๑๒ อย่าง

ในยมกหนึ่งๆ มีปุจฉา ๒ อย่างด้วยอำนาจ อนุโลม และ

ปฏิโลม จึงเป็นปุจฉา ๒๔

ในปุจฉาหนึ่ง ๆ มีอรรถ ๒ อย่างด้วยอำนาจ สันนิฏฐาน

( บทตั้ง ) และ สังสยะ ( บทถามหรือบทสงสัย ) จึงเป็นอรรถ ๔๘

พึงทราบอรรถแห่งสันนิฏฐานในบทนี้ว่า เยเกจิ กุสลา

ธมฺมา = ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล (มีอยู่ ) เพราะความ

ไม่มีความสงสัยในกุศลทั้งหลายว่าเป็นกุศลหรือไม่เป็นกุศล

พึงทราบอรรถแห่งสังสยะในบทนี้ว่า สพฺเพ เต กุสลมูลา =

กุศลเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลมูลหรือ เพราะการถามด้วยอำนาจ

ความสงสัยอย่างนี้ว่า กุศลเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุลมูลหรือไม่เป็นกุศล

มูล ก็เนื้อความนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วเพื่อแสดงความสงสัยใน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18จ

ที่เป็นที่สงสัยของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย แต่ว่า ชื่อว่าความสงสัยย่อมไม่มี

แก่พระตถาคต ในบทปุจฉาแม้เหล่าอื่นจากบทนี้ก็มีนัยนี้เหมือนกัน

บัณฑิตพึงทราบว่า ก็บททั้งหลาย ๔ แม้ทั้งปวงที่ท่านกล่าว

แล้วด้วยนัย ๑๖ ยมก ๔๘ ปุจฉา ๙๖ อรรถ ๑๙๒ ด้วยสามารถ

แห่งอุทเทสในกุศลติกมาติกาตากาว่า ก็นัย เหล่านี้ย่อมมีเพราะอาศัยกุศล

บท ยมก ๑๒ ย่อมมีด้วยอำนาจแห่งยมก ๓ อย่างในนัย ๆ หนึ่ง

ปุจฉา ๒๔ ย่อมมีด้วยอำนาจปุจฉา ๒ อย่างในยมกหนึ่ง ๆ อรรถ ๔๘

ย่อมมีด้วยสามารถแห่งอรรถ ๒ อย่างในปุจฉาหนึ่ง ดังนี้ฉันใด นัย ๔

อย่างเหล่านี้ก็ย่อมมีเพราะอาศัยอกุศลบทบ้าง เพราะอาศัยอัพยากตบท

บ้าง เหมือนกันฉันนั้น เพราะอาศัยซึ่งบท จึงชื่อว่านำออกแสดงแล้ว

เพรากระทำบททั้ง ๓ ให้เป็นอันเดียวกันบ้าง

เบื้องหน้าแต่นี้ วาระ ๙ อย่าง มีวาระว่า เยเกจิ กุสลา

ธมฺมา สพฺเพ เต กุสลเหตุ = ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล

มีอยู่ ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลเหตุหรือ ดังนี้เป็นต้น

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นแสดงแล้วด้วยอำนาจไวพจน์แห่งมูลวาระ

นั้นวาระแม้ทั้งหมด ๑๐ วาระ คือ มูลวาระ เหตุวาระ นิทานวาระ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ฉ

สัมภววาระ ปภววาระ สมุฏฐานวาระ อาหารวาระ อาลัมพณวาระ

ปัจจยวาระ สมุทยวาระ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้

นัย ๑๖๐ ยมก ๔๘๐ ปุจฉา ๙๖๐ อรรถ ๑๙๒๐ พึงทราบ

ว่าท่านยกขึ้นแสดงไว้แล้วในวาระทั้ง ๑๐ แม้ทั้งหมดว่า พึงทราบวาระ

ทั้งหลายมีนัยเป็นต้น ในบทที่เหลือด้วยการกำหนดบทที่มาแล้วในมูล

วาระนั้น บัณฑิตพึงทราบการกำหนดพระบาลีด้วยสามารถประเภทแห่ง

วาระมี นัย ยมก ปุจฉา และ อรรถ ในอุทเทสวาระอย่างนี้ก่อน

พระคาถาที่ว่า มูล เหตุ นิทาน จ ดังนี้เป็นต้น ชื่อว่า

อุทานคาถา ของวาระทั้งหลาย ๑๐ คำทั้งหลายมีคำว่า มูล เป็นต้น

แม้ทั้งหมดในคาถานั้น เป็นไวพจน์ของ เหตุ ( การณะ) นั่นแหละ

ก็เหตุ ชื่อว่า มูล เพราะอรรถว่าตั้งไว้เฉพาะ

ธรรมชาติใดย่อมไป คือ ย่อมเป็นไป เพื่อยังผลของตนให้

สำเร็จ เหตุนั้น ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า เหตุ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ช

ธรรมชาติใดย่อมให้ซึ่งผลของตน ราวกะแสดงอยู่ว่า เชิญท่าน

ถือเอาซึ่งผลนั้น เหตุนั้นธรรมชาตินั้น ชื่อว่า นิทาน

ผลย่อมเกิดพร้อมจากธรรมใด เหตุนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า สัมภวะ

ผลย่อมเกิดทั่วจากธรรมใด เหตุนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า ปภวะ

ผลย่อมตั้งขึ้นในธรรมนี้ หรือว่า ย่อมตั้งขึ้นด้วยธรรมนี้ เหตุนี้

ธรรมนี้ชื่อว่า สมุฏฐาน

ธรรมใดย่อมนำมาซึ่งผลของตน เหตุนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า

อาหาร

ธรรมใดอันผลของตนย่อมยึดไว้ เพราะอรรถว่าไม่พึงถูกปฏิเสธ

(ด้วยผลของตน ) เหตุนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า อาลัมพณะ ( หรือ

อารัมมณะ )

ผลอาศัยธรรมนั้น คือไม่ปฏิเสธ ( ธรรมนั้น ) ย่อมเกิด

คือย่อมเป็นไป เหตุนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า ปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 18ซ

ผลย่อมเกิดแต่ธรรมนี้ เหตุนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า สมุทัย

บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งคำ แห่งบททั้งหลาย เหล่านั้น

อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.

วรรณนาอุทเทสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 19

[๖] มูลวารนิทเทสในกุสลบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล, มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่ากุศลมูล ใช่ไหม ?

มูลมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่ากุศลมูล, กุศลธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่ากุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ากุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล แต่

ไม่ใช่เป็นกุศล, กุศลธรรมมีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูลด้วย เป็น

กุศลด้วย.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 20

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

กุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน กุศลมูลเหล่านั้นมีมูลเป็น

อันเดียวกันด้วย ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อม

กันกับกุศลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่ชื่อว่า

เป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๗ ] มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

ชื่อว่ามูลที่เป็นกุศลมูล ใช่ไหม ?

มูลมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่ามูลที่เป็นกุศลมูล, กุศลธรรมที่เหลือ

นอกนั้น ไม่ชื่อว่ามูลที่เป็นกุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นกุศลมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้น ทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 21

๒. เอกามูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับกุศล

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

กุศลมูลแต่ไม่ใช่เป็นกุศล กุศลธรรมมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

กับกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

กุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่

กันและกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

กุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน กุศลมูลเหล่านั้น มีมูลที่

เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

ด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียกว่า

เป็นมูลอันเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกัน.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 22

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๘] มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เป็นกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นกุศล มีอยู่. ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เป็นกุศล แต่ไม่ใช่เป็นกุศล,

กุศลธรรมมีมูลที่เป็นกุศลด้วย เป็นกุศลด้วย.

๒. เอกมูลนทกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 23

รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล แต่

ไม่ใช่เป็นกุศล, กุศลธรรมมีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูลด้วย เป็น

กุศลด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

กุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน กุศลมูลเหล่านั้นมีมูลเป็น

อันเดียวกันด้วย มีมูลแก่กันและกันด้วย. ธรรมที่เกิดพร้อมกับกุศลมูล

ที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูล

แก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

[๙] มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่กุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 24

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นกุศลมูล มีอยู่ ธรรมเหล่า

นั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีกุศลเป็นสมุฎฐาน มีมูลที่เป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็กุศล

กุศลธรรมมีมูลที่เป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกบกุศลมูล ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลมูล ใช่ไหม ?

รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

กุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นกุศล กุศลธรรมมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียว

กันกับกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย,

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

กุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกันกับกุศลมูล ใช่ไหม ?

กุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน กุศลมูลเหล่านั้น มีมูลที่

เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย,

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 25

ธรรมที่เกิดพร้อมกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอัน

เดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

กุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 26

[๑๐] มูลวารนิทเทสในอกุสลบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่าอกุศลมูล ใช่ไหม ?

มูลมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่าอกุศลมูล อกุศลธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่ากุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าอกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล

อกุศลที่เป็นสาเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 27

รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล

แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล อกุศลธรรมมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูลด้วย

เป็นอกุศลด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้น มีมูล

เป็นอันเดียวกันด้วย ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิด

พร้อมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล

ไม่ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอกุศลมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๑] มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 28

มูลมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล,อกุศลธรรม

นอนนั้น ไม่ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่ ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียวว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล, อกุศลที่เป็นสเหตุกะ มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีอกุศลที่เป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

อกุศลมูล แต่ไม่ใช่อกุศล, อกุศลธรรมมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

กับอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 29

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่

กันและกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้น มีมูล

ทีเรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ

กันด้วย ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียก

ว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่

กันและกัน

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับอกุศลมูล. มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๑๒] มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง

หมด มีมูลที่เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลที่เป็นอกุศล อกุศลที่เป็นสาเหตุกะ

มีมูลที่เป็นอกุศล ( อกุสลมูลก )

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 30

รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็น

อกุศล, อกุศลธรรมมีมูลที่เป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ? (เอกมูลมูล ๓ )

อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศล

มูล, อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล, อกุศลธรรมมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอัน

เดียวกันกับอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ

กันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?

อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้นมีมูล

ที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 31

ด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียกว่าเป็น

มูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกับ

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๓] มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?

อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลที่เป็นอกุศลมูล, อกุศลที่เป็นสาเหตุกะ

มีมูลที่เป็นอกุศลมูล ( อกุสลมูลมูลก)

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล,

อกุศลธรรมมีมูลที่เป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ? ( เอกมูลกา )

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 32

อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล, อกุศล

ที่เป็นสเหตุกะมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?

รูปที่มีอกุศลเป็นสมูฏฐาน มีเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล

แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล อกุศลธรรมมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมลด้วย

เป็นอกุศลด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลแก่กันและกันกับอกุศล ใช่ไหม ?

อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้นมีมูล

เป็นอันเดียวกันด้วย มีมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกับอกุศล

มูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลแก่

กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลแก่กันและกันกับอกุศลมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 33

[๑๔] มูลวารนิทเทสในอัพยากตบท

มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่าอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

มูลที่เป็นอัพยากตกะมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่าอัพยากตมูล อัพยากต-

ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่าอัพยากตมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าอัพยากตมูล มีอยู่. ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล,

อัพยากตะที่เป็นสเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 34

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล

ใช่ไหม ?

อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากตมูลเหล่านั้น

มีมูลเป็นอันเดียวกันด้วย ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิด

พร้อมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยา-

กตมูล แต่ไม่ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากต

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากต ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๕] มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ :-

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

มูลที่เป็นอัพยาตมูลมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล,

อัพยากตธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้น ทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 35

๒. เอกมูลยมกะ :- (เอกมูลมูลา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

กับอัพยากตมูล, อัพยากตะที่เป็นสเหตุกะมีมูลเป็นอันเดียวกันกับ

อัพยากตมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะใช่ไหม ?

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :- (อญฺญมญฺมูลมูลา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูล

แก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากดมูลเหล่านั้น

มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันด้วย ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ

กันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่

เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็น

มูลแก่กันและกัน.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 36

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๖ ] มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ (มูลกา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เป็นอัพยากตะ, อัพยากตะที่

เป็นสเหตุกะ มีมูลที่เป็นอัพยากตะ.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตะ มีอย่, ธรรมเหล่า

นั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ :- ( เอกมูลกา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตะมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล,

อัพยากตะที่เป็นสเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มีอยู่

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 37

ใช่.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :- (อญฺมญฺมูลมูลกา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกับอัพยากตมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากตมูลเหล่านั้น

มีมูลเป็นอันเดียวกันด้วย มีมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกัน

กับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่

ไม่ใช่มีมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๗ ] มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ (มูลมูลกา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะมีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล, อัพยากตะ

ที่เป็นสเหตุกะ มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 38

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตะมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

๒. เอกมูลยมกะ (เอกมูลมูลกา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียว

กันกับอัพยากตะมูล, อัพยากตะที่เป็นสาเหตุกะ มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูล

ใช่.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ (อญฺมญฺมูลมูลกา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่

กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?

อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากตมูลเหล่านั้น

มีมูลที่เรียวกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูลด้วย มีมูลที่เรียกว่าเป็น

มูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดร่วมกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 39

มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เรียกว่า

เป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

อัพยากตมูล. มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 40

มูลวารนิทเทสในนามบท

[ ๑๘ ] มูลนยะที่ ๑

๑. มูลยมกะ ( มูลา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่านามมูล ใช่ไหม ?

มูลมี ๙ เท่านั้น ชื่อว่านามมูล, นามธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่านามมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่านามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ ( เอกมูลา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

นามธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล,

นามธรรมที่เป็นสเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล.

๑. กุศลมูล ๓, อกุศลมูล ๓, อัพยากตมูล ๓ รวมเป็น ๙.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 41

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหลานั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล แต่

ไม่ใช่นามมูล, นามธรรม มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูลด้วย เป็น

นามด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ (อญฺมญฺมูลา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

นามมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน นามมูลเหล่านั้น มีมูล

เป็นอันเดียวกันด้วย ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อม

กับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ชื่อว่า

เป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับนามมูล

มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๙] มูลมูลนยะที่ ๒

๑. มูลยมกะ (มูลมูลา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 42

มูล ๙ เท่านั้น ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล, นามธรรมที่เหลือ

นอกนั้นไม่ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรม

เหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

ใช่.

๒. เอกมูลยมกะ ( เอกมูลมูลา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

นามธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

กับนามมูล นามธรรมที่เป็นสเหตุกะ มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียว

กันกับนามมูล.

ก็หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนาม

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

รูปที่เป็นนามสมุฏฐาน มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

นามมูล แต่ไม่ใช่เป็นนาม, นามธรรมมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

กับนามมูลด้วย เป็นนามด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ. (อญฺมญฺมูลมูลา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

นามมูล มีอยู่ ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกัน ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 43

นามมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน นามมูลเหล่านั้น มีมูลที่

เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

ด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียกว่า

เป็นมูลอันเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กัน

และกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับนามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

ใช่.

[๒๐] มูลกนยะที่ ๓

๑. มูลยมกะ ( มูลกา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด มีนามมูล ใช่ไหม ?

นามธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีนามมูล, นามธรรมที่เป็นสเหตุกะ

มีนามมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีนามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

เป็นนาม ใช่ไหม ?

รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีนามมูล แต่ไม่ใช่เป็นนาม, นาม

ธรรมมีนามมูลด้วย เป็นนามด้วย.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 44

๒. เอกมูลยมกะ ( เอกมูลกา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นนามมีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

นามธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล

นามธรรมที่เป็นสเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล แต่

ไม่ใช่นาม, นามธรรม มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูลด้วย เป็น

นามด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ (อญฺมญฺมูลกา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

นามมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน นามมูลเหล่านั้น มีมูล

เป็นอันเดียวกันด้วย มีมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับ

นามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูล

ที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลแก่กันและกันกับนามมูล มีอยู่,

ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 45

[๒๑] มูลมูลกนยะที่ ๔

๑. มูลยมกะ ( มูลมูลกา)

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เป็นนามมูล ใช่ไหม ?

นามธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เป็นนามมูล, นามธรรม

ที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นนามมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เป็นนามมูล แต่ไม่ใช่เป็นนาม,

นามธรรมมีมูลที่เป็นนามมูลด้วย เป็นนามด้วย.

๒. เอกมูลยมกะ ( เอกมูลมูลกา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนามมูล ใช่ไหม ?

นามธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน

กับนามมูล, นามธรรมที่เป็นสเหตุกะ มีมูลทีเรียกว่าเป็นมูลอันเดียว

กันกับนามมูล.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนาม

มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 46

รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ

นามมูล แต่ไม่เป็นนาม, นามธรรม มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียว

กันกับนามมูลด้วย เป็นนามด้วย.

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ ( อญฺมฺมูลมูลกา )

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับนาม

มูลมีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

กับนามมูล ใช่ไหม ?

นามมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน นามมูลเหล่านั้นมีมูลที่

เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย,

ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูล

อันเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับ

นามมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 47

เหตุวาราทินิทเทส

[ ๒๒ ] ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น

ทั้งหมด ชื่อว่า กุศลเหตุ,... กุศลนิทาน,...กุศลสัมภวะ,...กุศล

ปภวะ,...กุศลสมุฏฐาน,...กุศลาหาร,...กุศลารัมมณะ,...กุศลปัจ-

จัย,...กุศลสมุทัย.

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล มีอยู่,....

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากตะ มีอยู่,....

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

เป็นนามเหตุ,...นามนิทาน,...นามสัมภวะ,...นามปภวะ,...นาม

สมุฏฐาน,...นามาหาร,...นามารัมมณะ,...นามปัจจัย,...นามสมุทัย.

มูลยมก มีวาระ ๑๐ คือ :-

มูลวาระ, เหตุวาระ, นิทานวาระ, สัม-

ภววาระ, ปภววาระ, สมุฏฐานวาระ, อาหารวาระ,

อารัมมณวาระ, ปัจจยวาระ, สมุทยวาระ.

มูลยมก จบ

๑. พึงทำ นยะ ๔, ยมกะ ๓, อนุโลม, ปฏิโลม, ปุจฉา วิสัชนาเหมือนในมูล

วารนิทเทสทุกประการ ในที่นี้พระบาลีท่านเปยยาละไว้.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 48

อรรถกถามูลยมกะ

นิทเทสวาระ

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคทรงเริ่มนิทเทสวาระโดยนัยเป็นต้นว่า

เยเกจิ กุสลา ธมฺมา = ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล (มีอยู่).

ในคำเหล่านั้น คำว่า เยเกจิ = เหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นคำที่-

แสดงถึงกุศลทั้งหมดโดยไม่มีส่วนเหลือ.

สองบทว่า กุสลา ธมฺมา ได้แก่สภาวะธรรมที่เป็นกุศล ไม่มี

โทษ มีผลเป็นความสุข อันเป็นลักษณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้

แล้วในบทภาชนะแห่งกุศลติกะ.

หลายบทว่า สพฺเพ เต กุสลมูลา = ธรรมเหล่านั้นทั้งปวง

เป็นกุศลมูลหรือ ได้แก่ย่อมถามว่า ธรรมทั้งปวงนั่นแหละเป็นกุศลมูล

ใช่ไหม ?

สองบทว่า ตีเณว กุสลมูลานิ = สามเท่านั้นชื่อว่ากุศลมูล

ได้แก่ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดไม่ชื่อว่า กุศลมูล อธิบายว่า มูล ๓ มีอโลภะ

เป็นต้นเท่านั้น ชื่อว่ากุศลมูล.

หลายบทว่า อวเสสา กุสลา ธมฺมา น กุสลมูลา = ธรรม ท.

ที่เหลือชื่อว่ากุศล แต่ไม่ชื่อว่ากุศลมูล ได้แก่ กุศลธรรมทั้งหลาย

ที่เหลือมีผัสสะเป็นต้น ไม่ชื่อว่ากุศลมูล อีกอย่างหนึ่งอธิบายว่า กุศล

ทั้งหลายที่เหลือมีผัสสะเป็นต้น ชื่อว่ากุศลธรรมเท่านั้นไม่ชื่อว่ากุศลมูล.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 49

หลายบทว่า เยวาปน กุสลมูลา = ก็หรือว่ากุศลมูลเหล่าใด

ได้แก่มูล ๓ มีอโลภะเป็นต้น ท่านถือเอาแล้วว่า ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด

เป็นกุศลมูล ด้วยบทที่สองแห่งปุจฉาแรก.

หลายบทว่า สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลา = ธรรมเหล่านั้นทั้งปวง

เป็นกุศลหรือ ได้แก่ย่อมถามว่า ธรรมทั้งหลายแม้ ๓ ทั้งหมดเหล่านั้น

เป็นกุศลหรือ คำว่า อามนฺตา=ใช่ ได้แก่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว

เพื่อจะทรงรับรองความที่แห่งกุศลมูลทั้งหลายแม้ทั้งหมดเป็นกุศล นี้เป็น

เนื้อความของมูลยมกในมูลนัย พึงทราบนัยแห่งการวิสัชนา ในปุจฉา

ทั้งปวงโดยอุบายนี้.

ความแปลกกันอันใด มีอยู่ในที่ใด ข้าพเจ้า ( พระพุทธโฆษา-

จารย์) จักพรรณนาความแปลกกันนั้น ในที่นั้นต่อไป กล่าวคือใน

เอกมูลยมก กุศลทั้งหลายบัณฑิตไม่ควรถือเอากุศลที่มีมูลอันหนึ่งด้วย

อรรถแห่ การนับ แต่ควรถือเอาด้วยอรรถแห่งการนับ แต่ควรถือเอา

ด้วยอรรถที่เสมอกันว่าธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลเป็นอันเดียวกันกับ

กุศลมูล อธิบายว่า ในเอกมูลยมกนี้ กุศลเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เสมอ

กันกับกุศลมูล มูลใดเป็นมูลของผัสสะ มูลนั้นก็เป็นมูลของธรรม

ทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นนั่นแหละ ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้นมียู่

พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงรับรองความที่กุศลเหล่านั้นเป็นอย่างนั้น จึง

ตรัสคำว่า อามนฺตา = ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 50

คำว่า กุสลสมุฏฺาน ท่านแสดงรูปซึ่งมีกุศลจิตเป็นสมุฏฐาน.

คำว่า เอกมูล ได้แก่มีมูลเสมอกันกับกุศลมูลมีอโลภะเป็นต้น

มูลทั้งหลายมีอโลภะเป็นต้น ชื่อว่า มูล เพราะเป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่

ธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นต้นฉันใด มูลนั้นก็เป็นมูลแม้แก่สมุฏฐานรูป

ฉันนั้น แต่สมุฏฐานรูปนั้นไม่ใช่กุศล เพราะความไม่มีลักษณะแห่ง

กุศล.

พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสถามในยมกอื่น ๆ ว่า เยเกจิ กุสลา =

ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล ( มีอยู่ ) แต่ตรัสถามว่า เยเกจิ

กุสลมูเลน เอกมูลา = ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลเป็นอันเดียวกัน

กับกุศล ( มีอยู่ ).

ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะเนื้อความนั้นนั่นแหละ

มีอยู่พร้อมโดยพยัญชนะแม้นั้น คำว่า กุสลมูลานิ นี้เป็นวิเสสนะ

ของคำก่อน จริงอยู่พระองค์ตรัสว่า มูลเหล่าใด ย่อมเกิดขึ้นโดย

ความเป็นอันเดียวกัน ก็มูลเหล่านั้นเป็นกุศลมูลบ้างเป็นอกุศลมูลบ้าง

เป็นอัพยากตมูลบ้าง คำนี้ท่านกล่าวไว้ เพื่อแสดงความวิเศษของคำว่า

กุสลมูลานิ.

คำว่า อญฺมญฺมูลานิ จ = เป็นมูลซึ่งกันและกันด้วย

อธิบายว่า มูลทั้งหลายย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัย กะกันและกันโดยเป็นเหตุ

เป็นปัจจัย ในปฏิโลมปุจฉา ไม่ตรัสว่า สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลมูเลน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 51

เอกมูลา = ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลเป็นอันเดียวกันกับกุศลมูล

แต่ตรัสว่า สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลา = ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น

กุศล ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะไม่มีเนื้อความแปลกกันก็เมื่อ

จะทำการปุจฉาว่า กุสลมูเลน เอกมูลา = มีมูลเป็นอันเดียวกันกับ

กุศลมูลหรือ ดังนี้ พึงทำการสัชชนาตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังว่า

มูลานิ ยานิ เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ = มูลทั้งหลายเหล่าใดเกิดขึ้น

คราวเดียวกัน ก็เมื่อความแปลกกันแห่งเนื้อความไม่มีอยู่ เหตุนั้น

พระองค์จึงไม่ทรงกระทำการถามอย่างนั้น แต่ทรงกระทำการถามอย่างนี้

แม้ในมูลนัย เป็นต้น ในอัญญมัญญมูลยมก ก็พึงทราบคำถามที่แปลกกัน

โดยอุบายนี้.

ใน มูลมูลนัย คำว่า สพฺเพ เต กุสลมูลมูลา = ธรรม

ทั้งหลายเหล่านั้นมีมูลที่เป็นกุศลมูล ได้แก่ ย่อมถามว่า ธรรม

ทั้งหลายเหล่านั้น ชื่อว่ามูล กล่าวคือกุศลมูลหรือ คำว่า เอก-

มูลมูลา มีมูลที่เรียกว่ามูลอันเดียวกัน ดังนี้ อธิบายว่า มูลที่เป็น

มูลอันเดียวกันกับกุศลมีอยู่ เหตุนั้น มูลนั้นจึงชื่อว่า เป็นมูลที่เรียก

ว่ามูลอันเดียวกัน เพราะอรรถว่าเสมอกัน.

บทว่า อญฺมญฺมูลมูลา = มีมูลที่เป็นมูลซึ่งกันและกัน

ดังนี้ ได้แก่มูลแก่กันและกัน ชื่อว่า- อัญญมัญญมูล คือว่า อัญญ-

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 52

มัญญมูล ชื่อว่า มูลของธรรมเหล่านั้น เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเป็น

ปัจจัย เหตุนั้น มูลนั้นจึงชื่อว่า อัญญมัญญมูลมูล.

ใน มูลกนัย บทว่า กุสลมูลกา ดังนี้ อธิบายว่า มูลที่

เป็นกุศลของธรรมเหล่านั้นมีอยู่ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเป็นปัจจัย

เหตุนั้นธรรมเหล่านั้น จึงชื่อว่า มีมูลที่เป็นกุศล.

ใน มูลมูลกนัย บทว่า กุสลมูลมูลกา ดังนี้ อธิบายว่า

มูลของกุศลเหล่านั้นเป็นกุศลมูล คือ มูลที่เป็นกุศลมูลของกุศลเหล่านั้น

มีอยู่ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเป็นปัจจัย เหตุนั้นกุศลเหล่านั้น จึงชื่อว่า

มีมูลที่เรียกว่ากุศลมูล นี้เป็นเนื้อความพิเศษในนัยยมกปุจฉาเป็นต้น

เพราะอาศัยกุศลบท เพียงเท่านี้ แม้ในบททั้งหลายมีอกุศลบทเป็นต้น

ก็นัยนี้ ส่วนความพิเศษมีดังนี้.

สองบทว่า อเหตุก อกุสล ตรัสหมายเอาโมหะที่สัมปยุตด้วย

วิจิกิจฉาและอุทธัจจะ สองบทว่า อเหตุก อพฺยากต ได้แก่ธรรมที่เหลือ

เว้นสเหตุกะและอัพยากตสมุฏฐานรูป ย่อมได้ในที่นี้ว่า จิตตุปปาท ๑๘,

รูป และนิพพาน ชื่อว่าไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล สเหตุกะ

และอัพยากตสมุฏฐานรูป มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ท่านทำ

อัพยากตะนั้นให้เป็นอัพโพหาริก คือสิ่งที่กล่าวอ้างไม่ได้ หรือไม่มี

โวหารแล้ว จึงกระทำการวิสัชนาด้วยอำนาจของอัพยากตมูลที่ได้อยู่โดย

ความเป็นอันเดียวกัน.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 53

ธรรมทั้งหลายกล่าวคือ นาม ชื่อว่า นามา ธมฺมา นาม

เหล่านั้น ว่าโดยอรรถได้แก่ อรูปขันธ์ ๔ และนิพพาน สองบทว่า

นเวว นามมูลานิ = ๙ เท่านั้น ชื่อว่า นามมูล ได้แก่มูล ๙ อย่าง

ด้วยอำนาจของกุศล อกุศล และอัพยากตมูลนามที่เป็นอเหตุกะ ไม่มี

มูลอันเดียวกันกับนามมูล เพราะฉะนั้นนามนั้นจึงชื่อว่าไม่มีเหตุนาม

แม้ทั้งหมด คือ จิตตุปปาท ๑๘ โมหะที่สัมปยุตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ

และนิพพาน ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับนามมูล ก็อเหตุกนามนั้น ย่อม

ไม่เกิดพร้อมกับนามมูล อธิบายว่า สเหตุกนาม ย่อมเกิดขึ้น พร้อมกัน

กับนามมูล แม้ในบททั้งหลายว่า สเหตุก นาม นามมูเลน คำที่

เหลือในที่ทั้งปวงมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น ด้วยประการฉะนี้.

แม้ในวาระทั้งหลาย มี เหตุวาระ เป็นต้น พึงทราบเนื้อความ

โดยอุบายนี้ คาถาว่า มูล เหตุ นิทาน จ ดังนี้เป็นต้น พระผู้มีพระภาค

เจ้าตรัสแล้วด้วยอำนาจแห่งอุทานของวาระทั้ง ๑๐ ตามที่ข้าพเจ้าชี้แจงมา

แล้ว ดังนี้แล.

อรรถกถามูลยมกะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 54

ขันธยมกที่ ๒

ปัณณัตติวารุทเทส

[๒๓] ขันธ์ ๕ คือ :-

๑. รูปขันธ์

๒. เวทนาขันธ์

๓. สัญญาขันธ์

๔. สังขารขันธ์

๕. วิญญาณขันธ์.

อุทเทสวาระ

ปทโสธนวาระ อนุโลม

[ ๒๔ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา. ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 55

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 56

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก

[ ๒๕ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทวนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 57

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

[ ๒๖ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ รูปขันธมูล

เวทนาขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทวนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 58

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ เวทนาขันธมูล

สัญญาขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ สัญญาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 59

สังขารขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ สังขารขันธมูล

วิญญาณขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 60

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ วิญญาณขันธมูล

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 61

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

[๒๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ รูปขันธมูล

เวทนาขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ? ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 62

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ เวทนาขันธมูล

สัญญาขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ สัญญาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 63

สังขารขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ สังขารขันธมูล

วิญญาณขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 64

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

จบ วิญญาณขันธมูล

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 65

สุทธขันธวาระ อนุโลม

[ ๒๘ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

สุทธขันธวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 66

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก

[ ๒๙ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 67

สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

[๓๐] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ, ใช่ไหม ?

จบ รูปขันธมูล

เวทนาขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 68

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

จบ เวทนาขันธมูล

สัญญาขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

จบ สัญญาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 69

สังขารขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

จบ สังขารขันธมูล

วิญญาณขันธมูล

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 70

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

จบ วิญญาณขันธมูล

สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 71

สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

[ ๓๑ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ใช่ไหม ?

จบ รูปขันธมูล

เวทนาขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 72

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

จบ เวทนาขันธมูล

สัญญาขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

จบ สัญญาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 73

สังขารขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

จบ สังขารขันธมูล

วิญญาณขันธมูล

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 74

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

จบ วิญญาณขันธมูล

สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

ปัณณัตติวารุทเทส จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 75

อรรถกถาขันธยมก

วรรณนาอุทเทสวาระ

บัดนี้ เป็นการวรรณนา ขันธยมก ที่พระผู้มีพระภาคทรง

แสดงไว้ในลำดับต่อจาก มูลยมก เพราะทรงรวบรวมซึ่งธรรมทั้งหลาย

มีกุศลเป็นต้น อันพระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมก ด้วยอำนาจแห่ง

ขันธ์ พึงทราบการกำหนดพระบาลีในขันธ์ยมกอย่างนี้ก่อน.

ใน ขันธยมก นี้ มี มหาวาระ ๓ คือ ปัณณัตติวาระ

ปวัตติวาระ และปริญญาวาระ.

ในมหาวาระทั้ง ๓ นั้น ปัณณัตติวาระ ตรัสเรียกว่า ปัณ-

ปวัตติวาระ เพราะทรงกระทำด้วยอำนาจการชำระชื่อของขันธ์ทั้งหลาย.

ปวัตติวาระ ตรัสเรียกว่า ปวัตติวาระ เพราะทรงชำระความ

เป็นไปด้วยอำนาจการเกิดขึ้นและการดับไปของขันธ์ทั้งหลายที่พระองค์

ทรงชำระชื่อแล้ว.

ปริญญาวาระ ตรัสเรียกว่า ปริญญาวาระ เพราะทรงแสดง

ปริญญา ๓ แห่ง ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นไปแล้วตามลำดับ โดยสังเขป.

ในมหาวาระเหล่านั้น ปัณณัตติวาระ พระองค์ทรงกำหนดด้วย

อาการ ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอุทเทสและนิทเทส ในอุเทสและนิทเทส

แม้เหล่านี้ อุทเทสวาระไม่มีโดยแผนกหนึ่ง จำเดิมแต่ต้น พระองค์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 76

ทรงกำหนดนิทเทสโดยส่วนเดียวด้วยอำนาจปุจฉาและวิสัชนา บัณฑิต

พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัตติวาระตั้งแต่บทว่า ปญฺจกฺขนฺธา

เป็นต้น จนถึง นขนฺธา นสงฺขารา แม้คำว่า ปุจฉาวาระ นี้ ก็

เป็นชื่อของอุทเทส ในปัณณัตติวาระนั้น บทว่า ปญฺจกฺขนฺธา ดังนี้

ความว่า นี้เป็นอุทเทสของขันธ์ทั้งหลายที่พึงถามด้วยอำนาจของยมก.

พึงทราบการกำหนดชื่อของขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้น โดยประเภท

ว่า รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณ-

ขันธ์.

บัดนี้ นัยวาระ ๔ คือ ปทโสธนวาระ, ปทโสธนมูลจักก-

วาระ, สุทธักขันธวาระ, สุทธักขันมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจ

ของขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้น.

ในนัยวาระเหล่านั้น วาระที่ทำการชำระบทโดยนัยเป็นต้นว่า

รูป รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูป ดังนี้นั่นแหละ ชื่อว่า ปทโส-

ธนวาระ ในปทโสธนวาระนั้น มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและ

ปฏิโลม ในปทโสธนวาระนั้น ในอนุโลมวาระมี ๕ ยมก คือ รูป

รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูป ดังนี้เป็นต้น ถึงในปฏิโลมก็มี ๕ อย่าง

คือ นรูป นรูปกฺขนฺโธ นรูปกฺขนฺโธ นรูป ดังนี้เป็นต้น.

เบื้องหน้าแต่นี้ เป็นวาระที่ทรงผูกมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ แห่งขันธ์

ทั้งหลาย อันพระองค์ทรงชำระแล้วในปทโสธนวาระเหล่านั้นนั่นแหละ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 77

ให้เป็นจักร โดยนัยเป็นต้นว่า รูป รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺ

ขนฺโธ ดังนี้ ชื่อว่า ปทโสธนมูลจักกวาระ เพราะความที่แห่งจักร

ทั้งหลายอันเป็นมูลแห่งการชำระบทมีอยู่ แม้ในปทโสธนมูลจักกวาระ

นั้นก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมปฏิโลม ในอนุโลมและปฏิโลม

เหล่านั้น ในอนุโลมวาระ มียมก ๒๐ เพราะกระทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ

ให้เป็น ๔ มี รูป รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺขนฺโธ ดังนี้เป็นต้น

แม้ในปฏิโลมก็มี ๒๐ เท่านั้น เพราะทำมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็น ๔

มี นรูป นรูปกฺขนฺโธ, นขนฺธา นเวทนากฺขนฺโธ ดังนี้เป็นต้น.

เบื้องหน้าแต่นี้วาระที่ดำเนินไปแล้วด้วยอำนาจขันธ์ล้วน ๆ โดย

นัยเป็นต้นว่า รูป ขนฺโธ, ขนฺธา รูป ดังนี้ ชื่อ สุทธักขันธ-

วาระ ในสุทธักขันธวาระนั้น ในปุจฉาว่า ขนฺธา รูป เป็นต้น พึง

ถือเอาเนื้อความว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ? ขันธ์

ทั้งหลาย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ หรือ ถามว่า เพราะเหตุไร ตอบว่า

เพราะท่านจำแนกไว้ในนิทเทสวาระอย่างนี้.

ก็ใน นิทเทสวาระ นั้น ถามว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์หรือ

ตอบว่า ใช่.

ถามว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์หรือ ?

ตอบว่า รูปขันธ์ ชื่อว่า รูปด้วย ชื่อว่า รูปขันธ์ด้วย

ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ดังนี้ ท่านยกบทขึ้นจำแนก

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 78

เนื้อความโดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปขันธ์หรือ แห่งบท

ทั้งหลาย ว่าขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปหรือ ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้

ก็ด้วยเหตุนั้น วาระนั้นท่านจึงเรียกว่า สุทธักขันธวาระ ในสุทธัก-

ขันธวาระนี้ คำว่า น ขนฺธา เป็นคำที่มีประมาณ เหมือนในการ

ชำระคำ ก็สุทธักขันธวาระย่อมได้โดยประการใด ๆ เนื้อความเทียว

เป็นประมาณ ย่อมได้โดยประการนั้น ๆ แม้ในอายตนยมกเป็นต้น

ข้างหน้าก็มีนัยนี้เหมือนกัน ก็ในสุทธักขันธวาระมี ๒ อย่าง ด้วย

อำนาจอนุโลมและปฏิโลม ในอนุโลมและปฏิโลมเหล่านั้น ในอนุโลม

วาระมียมก ๕ อย่าง คือ รูป ขนฺโธ, ขนฺธา รป เป็นต้น แม้

ในปฏิโลมวาระก็มียมก ๕ อย่าง คือ นรูป นขนฺโธ, นขนฺธา

นรป ดังนี้เป็นต้น

เบื้องหน้าแต่นั้นท่านกระทำการผูกมูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ แห่งสุท-

ธักขันธ์ทั้งหลายเหล่านั้นโดยนัยเป็นต้นว่า รูป ขนฺโธ ขนธา เวทานา

ให้เป็น ๔ ชื่อ สุทธักขันธมูลจักกวาระ เพราะความที่จักรมี

สุทธักขันธ์เป็นมูลมีอยู่ ในสุทธักขันธมูลจักกวาระนั้น พึงทราบ

เนื้อความ โดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า เวทนาขันธ์หรือ

แห่งคำถามว่า ขนฺธา เวทนา เป็นต้น

โดยประการนอกนี้ จึงมีความผิดกันกับนิทเทสวาระ แม้สุทธัก-

ขันธมูลจักกวาระนั้นก็มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม ใน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 79

อนุโลมและปฏิโลมเหล่านั้น ในอนุโลมวาระมียมก ๒๐ เพราะกระทำ

มูลแห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็นจักร ๔ มีบทเป็นต้นว่า รูป ขนฺโธ, ขนฺธา

เวทนา ดังนี้ แม้ในปฏิโลมวาระก็มี ๒๐ เหมือนกัน เพราะกระทำมูล

แห่งขันธ์หนึ่ง ๆ ให้เป็น ๔ มีบทเป็นต้นว่า นรูป นขนฺโธ, นขนฺธา

นเวทนา ดังนี้ พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัตติวาระ อันประดับ

แล้วด้วยยมก ๑๐๐ ด้วยคำถาม ๒๐๐ และด้วยอรรถ ๔๐๐ เพราะกระทำ

อรรถทั้งหลายให้เป็นสอง ด้วยอำนาจสันนิฏฐานและสังสยะ เพื่อการ

ถามในนัยหนึ่ง ๆ อย่างนี้ก่อน ด้วยประการฉะนี้.

วรรณนาอุทเทสวาระ จบ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 80

นิทเทสวาระ

ปทโสธนวาระ อนุโลม

[ ๓๒] ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ปิยรูป สาตรูป ชื่อว่า รูป แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, รูปขันธ์

ชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์ ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ใช่.

[๓๓] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ใช่.

[๓๔] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ทิฏฐิสัญญาชื่อว่าสัญญา แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์

ชื่อว่าสัญญาด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ใช่.

[๓๕] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารเสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น ชื่อว่าสังขาร แต่

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 81

ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ สังขารขันธ์ ชื่อว่าสังขารด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๓๖ ] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

ใช่.

ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 82

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก

[๓๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ปิยรูป สาตรูป ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ แต่ชื่อว่า รูป ยกเว้นรูป

และรูปขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่ารูป และ

ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

[๓๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนา ใช่ไหม ?

ใช่.

[๓๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญา ใช่ไหม ?

ทิฏฐิสัญญา ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ เป็นแต่สัญญา ยกเว้นสัญญา

และสัญญาขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่าสัญญา

และไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 83

[ ๔๐ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร ไม่ชื่อวาสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขาร ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่า

สังขารขันธ์ เป็นแต่สังขาร ยกเว้นสังขารและสังขารขันธ์เสียแล้ว

สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่าสังขารและไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๔๑ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณ ใช่ไหม ?

ใช่.

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 84

อรรถกถาปัณณัตติวาระ

ปทโสธนวาระ

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มนิทเทสวาระโดยนัยเป็นต้นว่า

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า รูป ในปัญหาที่ว่า " รูป รูปกฺขนฺโธ

ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ? ดังนี้ รูปเหล่านั้นทั้งหมด

พระองค์ตรัสไว้เพื่อทรงชำระคำว่า รูปขันธ์.

คำวิสัชนาที่ว่า ปิยรูป สาตรูป รูป น รูปกฺขนฺโธ ปิยรูป

สาตรูป ชื่อว่ารูป ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ อธิบายว่า คำว่า รูปใด พระองค์

ตรัสว่า รูป ในคำนี้ว่า ปิยรูป สาตรูป รูปนั้น ชื่อว่า รูป เท่านั้น

ไม่ชื่อว่า รูปขันธ์.

คำวิสัชนาที่ว่า รูปกฺขนฺโธ รูปญฺเจว รูปกฺขนฺโธ จ รูป

ขันธ์ชื่อว่า รูปด้วย ชื่อว่า รูปขันธ์ด้วย อธิบายว่า ก็รูปใดเป็น

รูปขันธ์ รูปนั้นย่อมควรเพื่อที่จะกล่าวว่าเป็นรูปด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย.

ในปัญหาที่ว่า รูปกฺขนฺโธ รูป รูปขันธ์ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ? ดังนี้

เพราะรูปขันธ์พึงกล่าวว่าเป็นรูปโดยแน่นอนเท่านั้น ฉะนั้น พระองค์

จึงตรัสว่า อามนฺตา- ใช่ พึงทราบเนื้อความในวิสัชนาทั้งหมดโดยอุบาย

นี้ ส่วนความแปลกกันมีอยู่ในที่ใด จักพรรณนาความแปลกกันนั้นใน

ที่นั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 85

ใน สัญญายมก ก่อน คำว่า " ทิฏฺิสญฺา " ได้แก่ ทิฏฐิ-

สัญญา ที่มาแล้วในคำเป็นต้นว่า " ปปญฺจสฺา "

ใน สังขารยมก คำว่า อวเสสา สฺงขารา สังขารทั้งหลาย

ที่เหลือ ได้แก่ สังขารที่มาแล้วในคำเป็นต้นว่า " อนิจฺจา วต สงฺขารา "

คำว่า " สังขารทั้งหลายที่เหลือ" ได้แก่ สังขตธรรมที่เหลือจากสังขาร

ขันธ์ แม้ในปฏิโลมวาระก็นัยนี้แล.

อรรถกถาปทโสธนวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 86

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

[๔๒] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ปิยรูป สาตรูป ชื่อว่า รูป แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, รูปขันธ์

ชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๔๓] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ปิยรูป สาตรูป ชื่อว่า รูป แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ รูปขันธ์

ชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๔๔] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ปิยรูป สาตรูป ชื่อว่า รูป แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, รูปขันธ์

ชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 87

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๔๕ ] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ปิยรูป สาตรูป ชื่อว่า รูป แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, รูปขันธ์

ชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ รูปขันธมูล

เวทนาขันธมูล

[ ๔๖ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย, ขันธ์

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 88

[ ๔๗ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[ ๔๘ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ว่าไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๔๙ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ เวทนาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 89

สัญญาขันธมูล

[ ๕๐ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ทิฏฐิสัญญา ชื่อว่าสัญญา แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, สัญญาขันธ์

ชื่อว่าสัญญาด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย, ขันธ์

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์

[ ๕๑ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ทิฏฐิสัญญา ชื่อว่าสัญญา แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, สัญญาขันธ์

ชื่อว่าสัญญาด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[ ๕๒ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ทิฏฐิสัญญา ชื่อว่าสัญญา แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์, สัญญาขันธ์

ชื่อว่าสัญญาด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 90

[ ๕๓] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ทิฏฐิสัญญา ชื่อว่าสัญญา แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์

ชื่อว่าสัญญาด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ สัญญาขันธมูล

สังขารขันธมูล

[ ๕๔ ] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าสังขาร

แต่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์, สังขารขันธ์ชื่อว่าสังขารด้วย ชื่อว่าสังขาร-

ขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย,

ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 91

[๕๕] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าสังขาร

แต่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์, สังขารขันธ์ชื่อว่าสังขารด้วย ชื่อว่าสังขาร-

ขันธ์ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๕๖] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าสังขาร

แต่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์, สังขารขันธ์ชื่อว่าสังขารด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย,

ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๕๗] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารขันธ์เสีย สังขารที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าสังขาร แต่

ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์, สังขารขันธ์ชื่อว่าสังขารด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 92

ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ชื่อว่าด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ สังขารขันธมูล

วิญญาณขันธมูล

[๕๘] ธรรม ที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูปขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย, ขันธ์

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

[๕๙ ] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๖๐] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 93

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์?, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย,

ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[ ๖๑ ] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสังขารขันธ์, ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์

ด้วย, ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

จบ วิญญาณขันธมูล

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 94

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก

น รูปขันธมูล

[ ๖๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น รูปขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 95

น เวทนาขันธมูล

[ ๖๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น เวทนาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 96

น สัญญาขันธมูล

[๖๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น สัญญาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 97

น สังขารขันธมูล

[ ๖๕ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์, ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น สังขารขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 98

น วิญญาณขันธมูล

[ ๖๖ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น วิญญาณขันธมูล

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 99

อรรถกถาปทโสธนมูลจักกวาระ

ใน ปทโสธนมูลจักกวาระ คำปุจฉาว่า ขนฺธา เวทนากฺ-

ขนฺโธ ดังนี้ ย่อมตรัสถามว่า ขันธ์ทั้งหลายเหล่าใดมีอยู่ ขันธ์

ทั้งหลายเหล่านั้น ชื่อว่า เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ? ตรัสตอบว่า

เวทนาขันธ์ ชื่อว่า ขันธ์ด้วย ชื่อว่า เวทนาขันธ์ด้วย แต่ขันธ์

ทั้งหลายที่เหลือชื่อว่าขันธ์เท่านั้น ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ดังนี้

แห่งคำถามนั้น แม้คำถามที่เหลือก็นัยนี้.

ในปฏิโลม ในคำถามนี้ว่า นกฺขนฺธา นเวทนากฺขนฺโธ ธรรม

ที่ไม่ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ? ได้แก่ ธรรม

ทั้งหลายเหล่าใด กล่าวคือ บัญญัติและนิพพาน ไม่ชื่อว่าขันธ์ เพราะ

บัญญัติและนิพพานไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสว่า

อามนฺตา ใช่ แม้ในคำวิสัชนาที่เหลือก็มีนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้.

อรรถกถาปทโสธนมูลจักกวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 100

สุทธขันธวาระ อนุโลม

[๖๗] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น

ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูขันธ์.

[๖๘] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๖๙] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๗๐] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 101

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๗๑ ] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่

เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

สุทธขันธวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 102

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก

[๗๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์

ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูปและ

ไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๗๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๗๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว ภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 103

[ ๗๕ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสังขารเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสังขาร

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสังขารและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าสังขารและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๗๖ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณ

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

สุทธขันธวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 104

อรรถกถาสุทธักขันธวาระ

ใน สุทธักขันธวาระ คำถามว่า " รูป ขนฺโธ " ธรรมที่ชื่อว่า

รูป ชื่อว่า ขันธ์ ใช่ไหม ? ย่อมตรัสถามว่า " รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง "

ที่กล่าวว่า " รูป " รูปนั้นทั้งหมดเป็นขันธ์หรือ " ในคำถามนั้น

เพราะรูปกล่าวคือ ปิยรูปสาตรูป ก็ดี ภูตรูป และ อุปาทารูป

ทั้งหมดก็ดี ถึงการสงเคราะห์ในขันธ์ ๕. เพราะฉะนั้นพระองค์จึงตรัส

รับรองว่า อามนฺตา ใช่.

ในทุติยบท ควรถามว่า " ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูป ใช่ไหม ? "

เพราะพระองค์ทั้งอธิบายรูปขันธ์ไว้ด้วยคำว่า รูป แล้ว ฉะนั้นจึงไม่

ทรงคำนึงถึง เมื่อจะตรัสถามด้วยอำนาจแห่งอรรถ จึงตรัสว่า ขันธ์

ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์ ใช่ไหม ? พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวง

โดยอุบายนี้ แม้ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกเป็นต้น ข้างหน้าก็นัยนี้.

แม้ในคำถามที่ว่า " สญฺา สญฺากฺขนฺโธ = ธรรมที่ชื่อว่า

สัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ? " นี้, ทิฏฐิสัญญา ก็ดี

สัญญา ก็ดี พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา = ใช่ เพราะความที่แห่ง

ทิฏฐิสัญญาและสัญญา แม้ทั้งหมดก็เป็นขันธ์.

แม้ในบทว่า " สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ = สังขาร ชื่อว่า

สังขารขันธ์หรือ " ก็มีนัยนี้ ชื่อว่า สังขารที่พ้นจากความเป็นขันธ์

ย่อมไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 105

ในปฏิโลม คำถามว่า " นรูป นขนฺโธ = ธรรมที่ไม่ชื่อว่า

รูป ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ? " ดังนี้ พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสถามว่า

ธรรมชาติใดไม่ใช่รูป ธรรมชาตินั้นก็ไม่ใช่ขันธ ์ ใช่ไหม ? ก็ในวิสัชนา

ปัญหานั้นว่า " รูป เปตฺวา อวเสสา ขนฺธา น รูป ขนฺธา ยกเว้น

รูปเสียแล้ว ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์ "

อธิบายว่า ขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้น อื่นจากรูปไม่ชื่อว่ารูป แต่

ชื่อว่าขันธ์.

บทว่า " รูปญฺจ ขนฺเธ จ เปตฺวา อวเสสา = ยกเว้น

รูปและขันธ์ทั้งหลาย ธรรมที่เหลือ " ดังนี้ ได้แก่ บัญญัติและ

นิพพานที่พ้นจากขันธ์ห้า ในบทว่า " อวเสสา " แม้เหล่าอื่นจาก

บทนี้ก็มีนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้.

อรรถกถาสุทธักขันธวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 106

สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

[๗๗] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ แต่ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๗๘] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์ ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๗๙] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[๘๐] ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 107

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่

เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ รูปขันธมูล

เวทนาขันธมูล

[๘๑] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น

ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

[๘๒] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 108

[ ๘๓ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๘๔ ] ธรรมที่ชื่อว่าเวทนา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่

เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ เวทนาขันธมูล

สัญญาขันธมูล

[ ๘๕ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอก

นั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 109

[ ๘๖ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[ ๘๗ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

[ ๘๘ ] ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่

เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ สัญญาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 110

สังขารขันธมูล

[ ๘๙ ] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น

ชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

[๙๐] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๙๑] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๙๒] ธรรมที่ชื่อว่าสังขาร, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 111

วิญญาณขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่

เหลือนอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์.

จบ สังขารขันธมูล

วิญญาณขันธมูล

[๙๓] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

รูปขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่ารูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอก

นั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์.

[๙๔] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

เวทนาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์.

[๙๕] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 112

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

สัญญาขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์.

[๙๖] ธรรมที่ชื่อว่าวิญญาณ, ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าขันธ์, ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

สังขารขันธ์ชื่อว่าขันธ์ด้วย ชื่อว่าสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือ

นอกนั้นชื่อว่าขันธ์ ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์.

จบ วิญญาณขันธมูล

สุทธขันธมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 113

สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก

น รูปขันธมูล

[๙๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์

ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูปและ

ไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๙๘] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่า

ขันธ์ ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป

และไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๙๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์

ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูปและไม่

ชื่อว่าขันธ์.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 114

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๐๐] ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์

ยกเว้นรูปและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ารูปและ

ไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น รูปขันธมูล

น เวทนาขันธมูล

[๑๐๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 115

[๑๐๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๐๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๐๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าเวทนา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าเวทนา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าเวทนาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น เวทนาขันธมูล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 116

น สัญญาขันธมูล

[๑๐๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๐๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๐๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 117

[ ๑๐๘ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าสัญญา

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นสัญญาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าสัญญาและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น สัญญาขันธมูล

น สังขารขันธมูล

[ ๑๐๙ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[ ๑๑๐ ] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 118

[๑๑๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๑๒] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสังขาร, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น สังขารขันธมูล

น วิญญาณขันธมูล

[๑๑๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณ

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอก

นั้น ไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 119

[๑๑๔] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณ

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอก

นั้น ไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าเวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๑๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญา, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณ

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

[๑๑๖] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าวิญญาณ, ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ?

ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าวิญญาณ

ชื่อว่าขันธ์ ยกเว้นวิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือ

นอกนั้น ไม่ชื่อว่าวิญญาณและไม่ชื่อว่าขันธ์.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าขันธ์, ไม่ชื่อว่าสังขารขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ น วิญญาณขันธมูล

สุทธขันธมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

ปัณณัตติวาระนิทเทส จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 120

อรรถกถาสุทธักขันธมูลจักกวาระ

แม้ใน สุทธักขันธมูลจักกวาระ คำถามทั้งหลาย มีคำถามว่า

" รูป ขนฺโธ = ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่า ขันธ์ ใช่ไหม ? " ดังนี้

พึงทราบเนื้อความ โดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลัง.

อรรถกถาสุทธักขันธมูลจักกวาระ จบ

อรรถกถาปัณณัตติวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 121

ปวัตติวาระ

อุปปาทวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๑๗] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

เหล่านั้นที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด และเวทนาขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 122

เหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลังเกิด และรูปขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธ์มูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๑๘ ] รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่เวทนา-

ขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น รูปขันธ์กำลังเกิด

และเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

๑. รูปขันธมูละ มีมูลี ๔ คือ เวทนาขันธมูลี สัญญาขันธมูลี สังขารขันธมูลี

และวิญญาณขันธมูลี. ในบาลีพระไตรปิฎกเล่ม ๓๘ ท่านแสดงเพียง รูปขันธ-

มูละ เวทนาขันธมูลี เท่านั้น การแปลตามบาลีพระไตรปิฎก ไม่ได้

แปลต่อเติมให้ครบ นักศึกษาพึงให้พิสดารเองจนครบทุกวาระ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 123

ในอรูปภูมินั้น เวทนาขันธ์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่รูปขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น เวทนาขันธ์กำลังเกิด

และรูปขันธ์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๑๙ ] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์

กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 124

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด รูปขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลังเกิด และ

รูปขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธ์มูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปันนวาระ อนุโลม จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 125

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๒๐ ] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

เหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังตาย เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และ

รูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 126

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๒๑ ] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๒๒] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 127

บุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายใน ๓๑ ภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายใน ๓๑ ภูมิ เวทนา-

ขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปันนวาระ ปัจจนิก จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 128

อตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๒๓ ] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็เคยเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 129

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๒๔ ] รูปขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์เคยเกิดในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยเกิด และเวทนา-

ขันธ์ก็เคยเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็เคยเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิดในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่เคย

เกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิด และรูปขันธ์

เคยเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 130

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๒๕ ] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยเกิด

และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็

เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิดแต่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลเหล่านั้นที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิด และ

รูปขันธ์ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ อนุโลม จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 131

อตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๒๖] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็

ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 132

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๒๗] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 133

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๒๘ ] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็

ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด

และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ ปัจจนิก จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 134

อนาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๒๙] รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็จักเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน เวทนาขันธ์

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลนอกจากนี้ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 135

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธ์มูลี :-

[ ๑๓๐] รูปขันธ์จักเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิดในภูมิ

นั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์จักเกิดในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์จักเกิด และ

เวทนาขันธ์ก็จักเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็จักเกิดในภูมิ

นั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิดในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด

ในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์จักเกิด

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 136

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๑] รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็

จักเกิดเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็จัก

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์ก็จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระ อนุโลม จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 137

อนาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๒ ] รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน รูปขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดบุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 138

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๓] รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

จักเกิด.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

จักเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 139

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๔] รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และรูปขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระ ปัจจนิก จบ

๑. ใช้เชิงอรรถในหน้า ๑๒๒

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 140

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๕] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์เคยเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี

กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์เคยเกิด และรูปขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 141

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๓๖] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็เคย

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตต-

ภูมิก็ดี สัญญาขันธ์เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, เมื่อบุคคลกำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 142

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๗] รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่เคยเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด และ

เวทนาขันธ์ก็เคยเกิดในภูมินั้น

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิดในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิด และรูป-

ขันธ์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 143

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๓๘] เวทนาขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์ก็เคยเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๓๙] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 144

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง

เกิดในอัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอก

จากนี้ ที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด และเวทนาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลัง

เกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยเกิด และรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๔๐] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 145

เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี

ปัญจโวการภูมิก็ดี เวทนาขันธ์กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิ

ก็ดี สัญญาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด

ในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี สัญญาขันธ์เคยเกิด และ

เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนาตีวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 146

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๔๑] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

ก็หรือว่า เวทนา ขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๔๒] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 147

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๔๓] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ไม่ใช่

เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 148

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๔๔] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์?

ก็ไม่ใช่เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๔๕] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 149

เมื่อบุคคลกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูป-

ภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนา-

ขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลที่กำลังปรินิพพาน

อยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลัง

ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 150

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๔๖] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,

สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธา-

วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลัง

เกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด

อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปันนาตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 151

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๔๗ ] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด

ก็บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคล

นอกจากนี้ที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 152

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๔๘] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลนอกจากนี้ที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ

ก็ดี สัญญาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการ

ภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 153

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๔๙] รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด และ

เวทนาขันธ์ก็จักเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิดในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลัง

เกิด, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 154

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๕๐] เวทนาขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์ก็จักเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๕๑] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 155

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง

เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจาก

นี้ที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในปัญจ-

โวการภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๕๒] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 156

ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิด เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ

ก็ดี เวทนาขันธ์กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ

ก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 157

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๕๓] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด. เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี

รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิก-

บุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็ดี

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่

ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 158

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๕๔] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดที่กำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ

ก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัญญาขันธ์จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด

และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ในปัญจโวการภูมิ

สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด

และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 159

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๕๕] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

จักเกิด.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๕๖] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 160

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๕๗] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูป-

ภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนา-

ขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานใน

ปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่

กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 161

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง

เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดร เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่

กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ใน

อรูปภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่

จักเกิด และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๕๘] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,

สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานก็ดี บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 162

ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และ

สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่กำลังปรินิพพานก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปันนานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 163

อตีตานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๕๙] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่

เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ รูปขันธ์

เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็เคยเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 164

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๖๐] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ เวทนา-

ขันธ์เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๖๑] รูปขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิดในภูมิ

นั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 165

ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปขันธ์เคยเกิดในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น รูปขันธ์เคยเกิด และ

เวทนาขันธ์ก็จักเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็เคยเกิดในภูมิ

นั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิดในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่เคย

เกิดในภูมินั้น ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์

ก็เคยเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๖๒] เวทนาขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์ก็จักเกิด

ในภมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 166

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๖๓] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้

ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 167

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมใด, รูปขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักเกิด และรูปขันธ์ก็เคยเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๖๔] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็จักเกิดแก่แก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 168

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 169

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๖๕] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดก่อนนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๖๖] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 170

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๖๗] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

จักเกิด.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 171

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๖๘] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๖๙] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 172

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี

รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธา-

วาสภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่

จักเกิด และรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๗๐] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 173

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เป็นปัจฉิมภวิกะ สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

อุปปาทวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 174

นิโรธวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๑] รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลัง

ตายในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลังดับแก่

บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลัง

ตายในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับ และรูปขันธ์ก็กำลังดับแก่

บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 175

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๒] รูปขันธ์กำลังดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังดับในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับ และ

เวทนาขันธ์ก็กำลังดับในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็กำลังดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับ และ

รูปขันธ์ก็กำลังดับในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 176

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๓] รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับ และ

เวทนาขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับ และรูปขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระอนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 177

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[ ๑๗๔ ] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้น

ทั้งหมดที่กำลังเกิด รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่า-

นั้นทั้งหมดที่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 178

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๕] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังดับ.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังดับ.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๖] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 179

บุคคลที่กำลังตายในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังเกิด รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และเวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 180

อตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๗] รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด รูปขันธ์ก็เคยดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๘] รูปขันธ์เคยดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 181

ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปขันธ์เคยดับในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น รูปขันธ์เคยดับ และ

เวทนาขันธ์ก็เคยดับในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็เคยดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมินั้น เวทนาขันธ์เคยดับในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

เคยดับในภูมินั้น ในปัญจโวการภูมินั้น เวทนาขันธ์เคยดับ และ

รูปขันธ์ก็เคยดับในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๗๙] รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 182

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็เคย

ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่

เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยดับ และรูปขันธ์ก็เคยดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 183

อตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๐] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๑] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 184

เคยดับ.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เคยดับ.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๒] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 185

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับ และรูปขันธ์

ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 186

อนาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๓] รูปขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็จักดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด

ในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดีเวทนาขันธ์

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลนอกจากนี้ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็จักดับแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 187

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๔] รูปขันธ์จักดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็จักดับในภูมินั้น

ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์จักดับในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่

จักดับในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์

ก็จักดับในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็จักดับในภูมินั้น

ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักดับในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับ

ในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็จักดับ

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 188

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๕] รูปขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็

จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็

จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่

เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระอนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 189

อนาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๖] รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิด

ในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี รูปขันธ์

ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 190

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๗] รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

จักดับ.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

จักดับ.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๘] รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 191

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น และเวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่

กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 192

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๘๙] รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดที่กำลังเกิด เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น

แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังตายในปัญจ-

โวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์เคยดับ

และรูปขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 193

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๙๐] เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็เคยดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลัง

ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลทั้งหมดที่กำลังเกิดก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิ

ก็ดี สัญญาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจ-

โวการภูมิก็ดี สัญญาขันธ์เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 194

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๙๑] รูปขันธ์กำลังดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังดับในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่เคยดับในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับ และเวทนา-

ขันธ์ก็เคยดับในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็กำลังดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์เคยดับในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยดับ และรูปขันธ์

ก็กำลังดับในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 195

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๙๒] เวทนาขันธ์กำลังดับในภูมิใด, สัญญาขันธ์เคยดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๙๓] รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 196

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตาย

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้

ที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็เคยดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิ

เวทนาขันธ์เคยดับ และรูปขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๙๔] เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 197

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ใน

ปัญจโวการภูมิก็ดี เวทนาขันธ์กำลังดับ และสัญญาขันธ์ก็เคยดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิ

ก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี สัญญาขันธ์เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลัง

ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 198

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๙๕] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยดับ.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๙๖] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยดับ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 199

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๙๗] รูปขันธ์ ในภูมิใด, (รูปขันธมูล เวทนาขันธ

มูลียมกะ ในโอกาสวาระนักศึกษาพึงทำให้บริบูรณ์)

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

๑. ( ยตฺถก ปริปุณฺณ กาตพฺพ )

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 200

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๑๙๘] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ

ก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และ

เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตาย

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น แต่รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลัง

เกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี ที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์

ไม่ใช่เคยดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 201

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๑๙๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์

เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ

ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคย

ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 202

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๐๐] รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

นอกจากนี้ที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักกับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังเกิดก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอรูป-

ภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่

กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็กำลัง

ดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 203

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๐๑] เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จัก

ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้

ที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี เวทนาขันธ์กำลัง

ดับ และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ใน

ในปัญจโวการภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลังดับแก่

บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 204

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯลฯ

[๒๐๒] รูปขันธ์กำลังดับในภูมิใด ฯลฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๐๓] รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตาย

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้

ที่กำลังตายในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังดับ และเวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 205

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูป-

ภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังตายในปัญจโวการ-

ภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๐๔] เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

นอกจากนี้ที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจเวการภูมิก็ดี เวทนา-

ขันธ์กำลังดับ และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 206

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลัง

ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี

ในปัญจโวการภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลังดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 207

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๐๕] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดที่กำลังเกิดก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอรูป-

ภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์จักดับ

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

ที่กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์

ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 208

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๐๖] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

จักดับ.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

กำลังดับ.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๐๗] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯลฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 209

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๐๘] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูป-

ภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนา-

ขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานใน

อรูปภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ

และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง

ตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่

กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 210

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๐๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ และเวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 211

อตีตานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี : -

[๒๑๐] รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, เวทานาขันธ์ก็จักดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น

แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ รูป-

ขันธ์เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็เคยดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๑๑] เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 212

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น

แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลนอกจากนี้ เวทนา-

ขันธ์เคยดับ และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯลฯ

[๒๑๒] รูปขันธ์เคยดับในภูมิใด, ฯ ลฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 213

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๑๓] รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้

ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยดับ และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็เคย

ดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ

เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 214

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๑๔] เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลนอกจากนี้ ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์เคยดับ และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 215

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๑๕] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยดับ.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๑๖] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 216

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยดับ.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๑๗] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๑๘] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 217

บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธา-

วาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่เคยดับ

และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่รูปขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพาน

ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๑๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 218

บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับ และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังปรินิพพานในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ

ก็ดี สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุท-

ธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์

ไม่ใช่จักดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

นิโรธวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 219

อุปปาทนิโรธวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี : -

[๒๒๐] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 220

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๒๑] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็กำลัง

ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๒๒] รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 221

ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด และ

เวทนาขันธ์ก็กำลังดับในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์กำลังดับ และ

รูปขันธ์ก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๒๓] เวทนาขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์ก็กำลัง

ดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 222

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์กำลังดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๒๔] รูปขันธ์กำลังเกิดบุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 223

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๒๕] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 224

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๒๖] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี รูป-

ขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญ-

ญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่

กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และรูปขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 225

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๒๗] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัญญาขันธ์กำลังดับ

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 226

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๒๘] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังดับ.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๒๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 227

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๓๐] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์กำลัง

ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังในอรูปภูมิก็ดี บุคคล

ที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนา-

ขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 228

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดใน

อรูปภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[ ๒๓๑ ] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,

สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังตายในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์

กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 229

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด,

เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

สัญญาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

สัญญาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 230

อตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๓๒] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็เคยเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๓๓] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็เคย

ดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 231

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคย

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๓๔] รูปขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 232

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๓๕] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยเกิด และเวทนา-

ขันธ์ก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์เคยดับ และรูปขันธ์ก็เคยเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 233

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๓๖] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 234

อตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๓๗] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๓๘] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 235

ไม่มี.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๓๙] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 236

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๔๐] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูป-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยดับ และ

รูปขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 237

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๔๑] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 238

อนาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๔๒] รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักดับแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็จักเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ

แล้วจักปรินิพพานก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ เวทนาขันธ์จักดับ

และรูปขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 239

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๔๓] เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิด สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น

แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนี้ สัญญา-

ขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๔๔] รูปขันธ์จักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 240

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๔๕] รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์จักเกิด และเวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดยู่

ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ใน

ปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 241

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๔๖] เวทนาขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิ สัญญาขันธ์

จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด สัญญาขันธ์จักดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ปัญจโวการ

ภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระอนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 242

อนาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๔๗] รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด บุคคลเหล่าใดจักเกิด

ในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพานก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อปรินิพพันต

บุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และเวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 243

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[ ๒๔๘ ] เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อ

ปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด

และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 244

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๔๙] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯลฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคลโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๕๐] รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อ

ปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 245

เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[ ๒๕๑ ] เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 246

ภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานก็ดี บุคคลที่เกิด

อยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด และสัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 247

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๕๒] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด

ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์

เคยดับ และรูปขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ฯ ล ฯ

( ปัจจุปปันนาตีตวาระ ในอุปปาทวาระ ท่านจำแนกไว้แล้วโดย

ประการใด ในอุปปาทนิโรธวาระนี้ ก็พึงจำแนกโดยประการนั้น )

รูปขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 248

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๕๓] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี

บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 249

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[ ๒๕๔ ] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในจตุ-

โวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 250

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๕๕] รูปขันธ์กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๕๖] รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์

กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 251

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์ก็

กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลัง

เกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๕๗] เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 252

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ

สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในจตุ-

โวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็กำลัง

เกิดบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 253

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๕๘] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลกำลังปรินิพพานใน

จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 254

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๕๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่

สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้น

กำลังปรินิพพานในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทวาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 255

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๖๐] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๖๑] รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปวินิพพันตบุคคล

เหล่านั้นกำลังปรินิพพานก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูป

ขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 256

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานก็ดี

บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ รูป

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๖๒] เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,

สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ

เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์

จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลัง

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 257

ปรินิพพานก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่

กำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 258

อตีตานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๖๓] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็จักดับ

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์เคย

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลนอกจากนี้ รูปขันธ์เคยเกิด และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคล

เหล่านั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็เคยเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 259

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๖๔] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จักดับ

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่นอกจากนี้เวทนาขันธ์เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคล

เหล่านั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 260

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๖๕] รูปขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๖๖] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการ-

ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยเกิด

และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 261

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์

ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่กำลัง

เกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๖๗] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์

ก็จักดับบุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 262

ก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี เวทนาขันธ์เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์จักดับ

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี

ปัญจโวการภูมิดี สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 263

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๖๘] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๖๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 264

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ

[๒๗๐] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

รูปขันธมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 265

ปุคคโลกาสวาระ

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๑] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคล

เหล่านั้นที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปรินิพพันตบุคคลที่กำลัง

ปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด และเวทนาขันธ์

ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการ-

ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทานาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้น กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 266

ก็ดี ปรินิพพันตบุคคลที่กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์

ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

เวทนาขันธมูล

เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-

[๒๗๒] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานใน

สุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่

เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปรินิพพันตบุคคลที่กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ไม่ใช่จัก

ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 267

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธา-

วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์ไม่ใช่

จักดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี

เวทนาขันธมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

ปวัตติวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 268

อรรถกถาขันธยมก

อรรถกถาปวัตติวาระ

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มปวัตติวาระโดยนัยเป็นต้นว่า

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ ถามว่า เพราะเหตุไรพระองค์จึงไม่ตรัสอุทเธสวาระ

ไว้ในปวัตติวาระนี้ ตอบว่า เพราะเป็นนัยที่ทรงแสดงไว้แล้วในหนหลัง

ก็นัยในอุทเทสวาระพระองค์ทรงแสดงไว้แล้วในปัณณัตติวาระ ก็โดย

นัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสอุทเทสวาระนั้น ทรงเริ่มนิทเทส

วาระเลยทีเดียว เพราะแม้ไม่ตรัสอุทเทสวาระไว้ในปัณณัตติวาระนี้

ใคร ๆ ก็อาจทราบได้.

ก็อันตรวาระ ๓ คือ อุปาทวาระ นิโรธวาระ อุปาทนิโรธ

วาระ ย่อมมีในมหาวาระ กล่าวาคือ ปวัตติวาระนี้.

ในวาระทั้ง ๓ นั้น วาระที่ ๑ เรียกว่า อุปาทวาระ เพราะ

แสดงลักษณะแห่งการเกิดขึ้นของธรรมทั้งหลาย.

วาระที่ ๒ เรียกว่า นิโรธวาระ เพราะแสดงลักษณะแห่งการ

ดับของธรรมทั้งหลายเหล่านี้นั้นนั้นแหละ.

วาระที่ ๓ เรียกว่า อุปาทนิโรธวาระ เพราะแสดงลักษณะ

แม้ทั้งสอง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอาการแห่งการเกิดขึ้นของธรรม

ทั้งหลายในปวัตติวาระนี้ด้วยอุปาทวาระ, ทรงแสดงความไม่เที่ยงของ

ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นนั้นเองด้วยนิโรธวาระว่า " ชื่อว่า การเกิดขึ้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 269

แล้ว ชื่อว่า เที่ยงย่อมไม่มี " ทรงแสดงความเกิดขึ้นและความไม่เที่ยง

ทั้งสองนั้นด้วยอุปาทนิโรธวาระ.

ในอุปาทวาระนั้น มีประเภทแห่งกาล ๖ อย่าง ด้วยอำนาจ

อัทธา ๓ คือปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันอนาคต

อดีตกับอนาคต.

ในกาลเหล่านั้น คำว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ รูปขันธ์

กำลังเกิด ( ย่อมเกิด ) แก่บุคคลใด พึงทราบว่าเป็น ปัจจุบัน

ด้วยอำนาจของชื่อที่เป็นปัจจุบัน ก็ปัจจุบันนั้นพระองค์ตรัสไว้ก่อนว่า

"ปัจจุบันนั้นเป็นธรรมชาติที่บุคคลพึงรู้ด้วยดีเกินเปรียบ" เพราะความ

ที่ธรรมทั้งหลายที่เป็นปัจจุบัน บุคคลพึงถือเอาได้โดยประจักษ์.

อดีตกาล พึงทราบด้วยอำนาจของชื่อที่เป็นอดีตว่า ยสฺส

รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์เคยเกิด ( เกิดแล้ว ) แก่บุคคล

ใด ก็อดีตกาลนั้นท่านกล่าวไว้เป็นที่สองเพราะอดีตธรรมที่เคยเกิดขึ้น

แล้วในภายหลัง เป็นธรรมที่บุคคลพึงรู้แจ้งโดยประจักษ์ดีกว่าอนาคต

ที่บุคคลพึงรู้แจ้งโดยอนุมาน.

พึงทราบ อนาคตกาล ด้วยอำนาจแห่งชื่อที่เป็นอนาคตว่า

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์จักเกิดแก่บุคคลใด

อนาคตกาลนั้นกล่าวไว้เป็นที่ ๓ เพราะถือเอาว่าธรรมทั้งหลายมีอย่างนี้

เป็นรูปจักเกิดขึ้น แม้ในอนาคตด้วยอำนาจธรรมที่เคยเกิดขึ้นแล้วโดย

ประจักษ์ และด้วยธรรมที่ถือเอาแล้วโดยอนุมาน.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 270

คำถามว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ

อุปฺปชฺชิตฺถ พึงทราบว่าเป็นปัจจุบันกับอดีต ด้วยอำนาจชื่อที่เป็น

ปัจจุบันกับชื่อที่เป็นอดีต ปัจจุบันกับอดีต ( ปัจจุปันนาตีตวาระ ) นั้น

กล่าวไว้เป็นที่ ๔ เพราะปัจจุบันและอดีตบุคคลพึงรู้แจ้งได้ง่ายกว่ากาล

ทั้ง ๓ ที่เจือปนกัน.

พึงทราบปัจจุบันกับอนาคต ด้วยอำนาจของชื่อที่เป็นปัจจุบันกับ

ชื่อที่เป็นอนาคตว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ

อุปฺปชฺชสฺสติ ปัจจุบันกับอนาคตนั้น กล่าวไว้เป็นที่ ๕ เพราะว่า

ปัจจุบันกับอนาคตนั้น เป็นกาลที่บุคคลพึงรู้ได้ง่ายกว่าโดยเนื้อความ

เพราะธรรมทั้งหลายที่พึงถือเอาโดยประจักษ์มีอยู่.

พึงทราบอดีตกับอนาคต ด้วยชื่อที่เป็นอนาคตกับด้วยอดีตว่า

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ

อดีตกับอนาคตนั้น พึงรู้ได้ยากกว่ากาลทั้งหลายก่อน ๆ เพราะเหตุนั้น

พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ในลำดับที่ ๖.

ในกาลทั้ง ๖ นั้น ปัจจุบันกาลอันเป็นกาลที่หนึ่ง มี ๓ วาระ

คือ โดยบุคคล โดยโอกาส โดยบุคคลและโอกาส (ปุคคลวาระ,

โอกาสวาระ และปุคคโลกาสวาระ).

ในวาระทั้ง ๓ นั้น การแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายด้วย

อำนาจบุคคลด้วยคำว่า ยสฺส ชื่อว่า ปุคคลวาระ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 271

การแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายด้วยอำนาจโอกาส ด้วย

คำว่า ยตฺถ ชื่อว่า โอกาสวาระ.

การแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลายด้วยอำนาจบุคคลและ

โอกาส ด้วยคำว่า ยสฺส ยตฺถ ชื่อว่า ปุคคโลกาสวาระ.

วาระทั้ง ๓ เหล่านี้ พระองค์ทรงแสดงอนุโลมนัยก่อน แล้วจึง

แสดงปฏิโลมนัยภายหลัง ในอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย การแสดงการ

เกิดขึ้นด้วยคำว่า อุปฺปชฺชติ=ย่อมเกิด (กำลังเกิด) อุปฺปชฺชิตฺถ=

เกิดแล้ว (เคยเกิด) อุปฺปชฺชิสฺสติ=จักเกิด ชื่อว่า อนุโลมนัย

การแสดงการไม่เกิดขึ้นด้วยคำว่า นุปฺปชฺชติ=ไม่ใช่ย่อมเกิด ( หรือ

ไม่ใช่กำลังเกิด ) นุปฺปชฺชิตฺถ ไม่ใช่เกิดแล้ว ( ไม่เคยเกิด )

นุปฺปชฺชิสฺสติ=ไม่ใช่จักเกิด ชื่อว่า ปฏิโลมนัย.

ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระ ในปัจจุบันกาลนั้น มียมก ๑๐ อย่าง

เพราะนับแล้วไม่นับอีก ( คือนับเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน ) คือ ยมก ๔

อย่างที่มีรูปขันธ์เป็นมูลอย่างนี้ว่า.

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ,

ยสฺส วา ปน เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส รูปกฺขนฺโธ อุป-

ปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันข์ที่ย่อมเกิดแก่

บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด รูป-

ขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 272

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺากฺขนฺโธ อุปฺ-

ปชฺชติ, ยสฺส วา ปน สญฺากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส

รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด สัญญาขันธ์

ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ย่อมเกิดแก่

บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สงฺขารกฺขนฺโธ

อุปฺปชฺชติ, ยสฺส วา ปน สงฺขารกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส

รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ =รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด สังขารขันธ์

ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า สังขารขันธ์ย่อมเกิดแก่

บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส วิญฺาณกฺขนฺโธ

อุปฺปชฺชติ, ยสฺส วา ปน วิฺาณกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส

รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ= รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลใด วิญญาณ

ขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ, ก็หรือว่า วิญญาณขันธ์ย่อม

เกิดแก่บุคคลใด รูปขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ยมก ๓ อย่าง ที่มีเวทนาขันธ์เป็นมูล ด้วยนัยเป็นต้นว่า ยสฺส

เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส สญฺากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ

ยมก ๒ อย่างที่มีสัญญาขันธ์เป็นมูลยมก ๑ อย่างที่มีสังขารขันธ์เป็นมูล.

ในยมกทั้ง ๑๐ อย่างนั้น ในยมก ๔ อย่างที่มีรูปขันธ์เป็นมูล

พระองค์ทรงวิสัชนายมกต้นอย่างเดียวเท่านั้น ยมกที่เหลือ ( อีก ๓ )

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 273

มีการวิสัชนาเช่นกับยมกต้นนั้น เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึง

ทรงย่อไว้ เพื่อความง่ายแห่งภาษาที่เป็นแบบแผน แม้ในมูลทั้งหลาย

มีเวทนาขันธ์เป็นมูลเป็นต้น การวิสัชนาเป็นอย่างเดียวกัน ด้วยคำว่า

อามนฺตา =ใช่ เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง

วิสัชนายมก ๑๐ อย่างแล้ว ด้วยการวิสัชนายมกหนึ่ง ๆ ในอนุโลมนัย

ในบุคลวาระ ในปัจจุบันกาล เหล่านี้อย่างนี้ว่า ยมกเหล่านั้นทรง

ย่อไว้เพื่อความง่ายแห่งภาษาที่เป็นแบบแผน.

ในอนุโลมนัย ในวาระทั้ง ๓ ในปัจจุบันกาล มียมก ๓๐ อย่าง

คือ ในบุคคลวาระมี ๑๐ อย่าง ในโอกาสวาระ ๑๐ อย่าง ในปุคค-

โลกาสวาระ ๑๐ อย่าง ฉันใด แม้ในปฏิโลมนัยก็มี ๓๐ ฉันนั้น จึง

รวมเป็นยมกะ ๖๐ อย่าง ในปัจจุบันกาลทั้งหมด.

ในยมกะ ๖๐ อย่างนั้น พึงทราบว่า มีปุจฉา ๑๒๐ มีอรรถ ๒๔๐.

วาระทั้ง ๖ พึงทราบว่า มียมกะ ๖๐ เพราะกระทำให้เป็น ๑๐

ในวาระหนึ่ง ๆ รวมกับยมกะ ๓๐๐ ในก่อน จึงเป็นยมกะ ๓๖๐ ปุจฉา

๗๒๐ อรรถ ๑,๔๔๐ นี้เป็นการกำหนดพระบาลีในอุปปาทวาระก่อน

ก็ในอุปปาทะวาระฉันใด พึงทราบว่าแม้ในนิโรธวาระ แม้ในอุปปาท-

นิโรธวาระก็อย่างนั้น ในปวัตติมหาวาระ แม้ทั้งหมดจึงมียมกะ ๑,๐๘๐

ปุจฉา ๒,๑๖๐ อรรถ ๔,๓๒๐.

แต่พระบาลีในอุปปาทวาระและนิโรธวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้า

ทรงวิสัชนาย่อไว้แล้วซึ่งยมกหนึ่ง ๆ เท่านั้น ในวาระนั้น ๆ ในประเภท

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 274

แห่งกาลที่ไม่ปะปนกัน ๓ อย่าง ในประเภทแห่งกาลที่ปะปนกัน ๓ อย่าง

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวิสัชนายมกอย่างหนึ่ง แม้ในมูลที่มีเวทนาขันธ์

เป็นมูลเป็นต้น โดยเป็นต้นว่า ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ

ตสฺส สญฺากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ=เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคล

ใด สัญญาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ? ก็ในอุปปาทะนิโรธ

วาระพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงวิสัชนายมกแม้นั้นไว้ในประเภทแห่งกาล

แม้ทั้ง ๖ พึงทราบว่ายมกที่เหลือทรงย่อไว้ เพราะยมกเหล่านั้นพระองค์

ทรงวิสัชนาให้เสมอกันกับยมกนั้น นี้เป็นการกำหนดพระบาลีในปวัตติ

มหาวาระแม้ทั้งสิ้น.

ก็เพื่อวินิจฉัยเนื้อความแห่งขันธยมกนี้ พึงทราบลักษณะดังต่อ

ไปนี้ บัณฑิตพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งปัญหา ๔ อย่าง ใน

ปวัตติมหาวาระนี้ที่ท่านใส่ไว้ในคำวิสัชนา ๕ อย่าง ในฐานะ ๒๗ ใน

อรรถวินิจฉัยนั้น ชื่อปัญหา ๔ อย่าง คือ ปุเรปัญหา ปัจฉาปัญหา

ปริปุณณปัญหา โมฆะปัญหา ก็ยมกหนึ่ง ๆ มีปุจฉา ๒ อย่าง (คือ

อนุโลมและปฏิโลม ) แม้ปุจฉาหนึ่ง ๆ ก็มีบท ๒ อย่าง ( คือสันนิฏฐาน

และสังสยะ ).

ในปัญหา ๔ อย่างนั้น ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใด ย่อมได้การ

เกิดขึ้นหรือการดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาด้วยบทเพียงบทเดียว ปัญหานี้

ชื่อว่า ปุเรปัญหา.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 275

ก็ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใด ย่อมได้การเกิดขึ้นหรือความดับไป

แห่งขันธ์ที่ถือเอาด้วยบทแม้ทั้งสอง ปัญหานี้ชื่อว่า ปัจฉาปัญหา.

ก็ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใดย่อมได้การเกิดขึ้นหรือความดับไป

แห่งขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทเพียงบทเดียวบ้าง ด้วยบทแม้ทั้งสองบ้าง

ปัญหานี้ชื่อว่า ปริปุณณปัญหา แต่การห้ามหรือการปฏิเสธย่อมได้ใน

การวิสัชนาซึ่งปัญหาใด ปัญหานี้ชื่อว่า โมฆะปัญหา ก็เพราะโมฆะ

ปัญหานี้ ถ้าพระองค์ไม่ทรงแสดงไว้ ใคร ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ ฉะนั้นจึง

จักแสดงปัญหานั้นไว้.

การเกิดขึ้นแห่งเวทนาขันธ์อันท่านถือเอาด้วยบทเพียงบทเดียว

ในการวิสัชนานี้ว่า อุปฺปชฺชติ ย่อมเกิด (กำลังเกิด) ในคำถามว่า

ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺชฺชติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ =

รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังในภูมิ

นั้นหรือ เพราะเหตุนั้นปัญหานี้ด้วย ปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้ด้วย พึง

ทราบว่าเป็น ปุเรปัญหา.

การเกิดขึ้นแห่งรูปและเวทนาขันธ์ในอดีตของสัตว์ใดสัตว์หนึ่ง

ที่ถือด้วยบททั้งสองย่อมได้ในการวิสัชนานี้ว่า อามนฺตา =ใช่ ใน

ปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ

อุปฺปชฺชิตถ= รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์เคยเกิด

แล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ? เพราะเหตุนั้นปัญหานี้และปัญหาอื่นที่มีรูป

อย่างนี้ ชื่อว่า ปัจฉาปัญหา.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 276

ก็การเกิดขึ้นแม้ของรูปขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทเพียงบทเดียว

ย่อมได้ในปุริมโกฏาสะนี้ว่า อสญฺสตฺต อุปปชฺชนฺตาน

เตส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ โน จ เตส เวทนกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ=

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์กำลังเกิด

แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ในการวิสัชนานี้

มีอาทิว่า อสญฺสตฺต อุปปชฺชนตาน, ในปัญหาแรกนี้ว่า ยสฺส

รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ =รูปขันธ์

กำลังเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ

ดังนี้ การเกิดขึ้นแม้ของรูปและเวทนาขันธ์ที่ถือเอาแล้วด้วยบทแม้ทั้งสอง

ย่อมได้ในปัจฉิมโกฏสะนี้ว่า ปญฺจโวการ อุปปชฺชติ เตส รูปกฺ-

ขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ=เมื่อบุคคลเหล่า-

นั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ก็กำลังเกิด เวทนาขันธ์ก็

กำลังเกิด เพราะเหตุนั้น ปัญหานี้และปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้ พึง

ทราบว่าเป็น ปริปุณณปัญหา แม้คำว่า ปุเรปัจฉาปัญหา ก็เป็น

ชื่อของปริปุณณปัญหานั้นนั่นแหละ.

ก็ในการวิสัชนาปริปุณณปัญหานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง

ความเกิดขึ้นแห่งรูปขันธ์นั้นแหละที่สงเคราะห์ไว้ด้วยบทเดียวในปุริม-

โกฏฐาส ในทุติยโกฏฐาสการเกิดขึ้นและการดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาแล้ว

ด้วยบทบทเดียว ย่อมได้ในปัญหาใดด้วยนัยและลักษณะนี้แห่งรูปและ

เวทนาขันธ์ที่ถือเอาด้วยบททั้งสอง ปัญหานั้นเรียกว่า ปุเรปัญหา.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 277

การเกิดขึ้นหรือการดับไปของขันธ์ทั้งหลายที่ถือเอาด้วยบททั้งสอง

ย่อมได้ในปัญหาใด ปัญหานั้นเรียกว่า ปัจฉาปัญหา.

ปฏิกเขปวิสัชนา ย่อมได้ในการวิสัชนานี้ ด้วยคำว่า นตฺถิ =

ไม่มี ในปัญหานี้ว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส

เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ = รูปขันธ์ไม่เคยเกิดแก่บุคคลใด

เวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ.

ปฏิเสธวิสัชนา ย่อมได้ในการวิสัชนานี้ด้วยคำว่า โน = ไม่ใช่

ในคำถามว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ

นิรุชฺฌติ = รูปขันธ์กำลังเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

แก่บุคคลนั้นหรือ เหตุนั้น ปัญหานี้และปัญหาอื่นที่มีรูปอย่างนี้

รวม ๒ อย่าง พึงทราบว่าเป็น โมฆะปัญหา แม้โมฆะปัญหานี้เรียกว่า

เฉทตุจฉปัญหา ก็ได้ พึงทราบปัญหาทั้ง ๔ อย่าง อย่างนี้ก่อน.

ก็วิสัชนาเหล่านี้คือ ปาลิคติวิสัชนา ปฏิวจนวิสัชนา สรูป-

ทัสสนวิสัชนา ปฏิภเขปวิสัชนา ปฏิเสธวิสัชนา ชื่อว่าวิสัชนา

๕ อย่าง ในวิสัชนา ๕ อย่างนั้น วิสัชนาใด เป็นบาลีบทเท่านั้น

อันท่านวิสัชนานั้นเนื้อความไว้ วิสัชนานี้ชื่อว่า ปาลิคติวิสัชนา

ปาลิคติวิสัชนานั้นย่อมได้ในปุเรปัญหา วิสัชนานี้ว่า อุปฺปชฺชติ=

กำลังเกิด ในปัญหาว่า ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ ตตฺถ เวทนา-

กฺขนฺโธ นุปฺปชฺชติ=รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด เวทนา-

ขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้นหรือ เป็นเพียงบทแห่งพระบาลีที่

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 278

พระองค์วิสัชนาเนื้อความไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น พึงทราบการ

วิสัชนาด้วย ปาลิคติวิสัชนา ในฐานะเห็นปานนี้ อย่างนี้.

ก็วิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาเนื้อความโดยความเป็นคำตอบ วิสัชนา

นี้ชื่อว่า ปฏิวจนวิสัชนา ปฏิวจนวิสัชนานั้นย่อมได้ในปัจฉาปัญหา

ก็วิสัชนานี้ด้วยคำว่า อามนฺตา=ใช่ ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ

อุปฺปชิตฺถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ=รูปขันธ์เคยเกิด

แก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ ที่พระองค์

ทรงวิสัชนาเนื้อความไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยอำนาจความเป็นคำตอบนั่น

แหละ เพราะฉะนั้น พึงทราบ ปฏิวจนวิสัชนา ในฐานะเห็นปานนี้.

คำวิสัชนาใดที่ท่านแสดงเนื้อความไว้โดยสรูป วิสัชนานี้ชื่อว่า

สรูปทัสสนวิสัชนา สรูปทัสสนวิสัชนานี้ย่อมได้ในปริปุณณปัญหา.

ก็วิสัชนานี้ว่า อสญฺสตฺต อุปปชฺชนน ในปัญหาว่า ยสฺส

รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ อันพระองค์

ทรงวิสัชนาเนื้อความไว้เรียบร้อยแล้วด้วยการแสดงโดยรูปว่า รูปขันธ์

ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่านี้ แต่เวทนาขันธ์ไม่เกิด รูปขันธ์และเวทนา-

ขันธ์ก็ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่านี้ เพราะเหตุนั้น พึงทราบ สรูปทัสสน-

วิสัชนา ในที่ทั้งหลายเห็นปานนี้.

ก็คำวิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาปัญหาด้วยการห้ามเนื้อความ เพราะ

ความไม่มีเนื้อความเห็นปานนั้น คำวิสัชนานั้น ชื่อว่า ปฏิกเขปวิสัชนา.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 279

วิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาปัญหาโดยปฏิเสธเนื้อความ เพราะความ

ไม่ได้ซึ่งเนื้อความเห็นปานนั้นในขณะหนึ่ง ๆ วิสัชนานี้ชื่อว่า ปฏิเสธ-

วิสัชนา ปฏิเสธวิสัชนานั้น ย่อมได้ในโมฆะปัญหา.

จริงอยู่ คำวิสัชนานี้ว่า นตฺถิ = ไม่มี ในปัญหาว่า ยสฺส

รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ =

รูปขันธ์ไม่เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคล

นั้นหรือ เป็นคำวิสัชนาที่ท่านวิสัชนาไว้เรียบร้อยแล้วโดยการห้ามเนื้อ

ความว่า ชื่อสัตว์เห็นปานนี้ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้นพึงทราบการวิสัชนา

ในที่ทั้งปวงเห็นปานนี้ด้วย ปฏิกเขปวิสัชนา.

ก็คำวิสัชนานี้ว่า โน = ไม่ใช่ ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ

อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่

บุคคลใด เวทนาขันธ์ย่อมดับแก่บุคคลนั้นหรือ อันท่านวิสัชนาไว้

เรียบร้อยแล้วโดยการปฏิเสธเนื้อความว่า ชื่อว่า การดับไปพร้อมกับ

การเกิดขึ้นย่อมไม่ได้ในปฏิสนธิขณะหนึ่ง ๆ.

บัดนี้พึงทราบปัญหา ๔ อย่างและการวิสัชนา ๕ อย่าง ที่ควร

ใส่ไว้ในฐานะ ๒๗ เหล่าใด พึงทราบฐานะเหล่านั้นอย่างนี้ คือ อสญฺ-

สตฺต อุปฺปชฺชนฺตาน เป็น ๑ ฐานะ อสญฺสตฺเต ตตฺถ ๑ ฐานะ

อสญฺตฺตาน ๑ ฐานะ อสญฺสตฺตา จวนฺตาน ๑ ฐานะ อรูป

อุปปชฺชนฺตาน ๑ ฐาน อรูเป ตตฺถ ๑ ฐานะ อรูปน ๑ ฐานะ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 280

อรูปา จวนฺตาน ๑ ฐานะ อรูเป ปจฺฉิมภวิกาน ๑ ฐานะ อรูเป

ปรินิพฺพายนฺตาน (บาลีใช้ว่า ปรินิพฺพนฺตาน ) ๑ ฐานะ เย จ

อรูป อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการ อุปปชฺ-

ชนฺตาน ๑ ฐานะ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการน

ฐานะ ปญฺจโวการา จวนฺตาน ๑ ฐานะ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกาน

๑ ฐานะ สุทธาวาส อุปปชฺชนตาน ๑ ฐานะ สุทฺธาวาเส ตตฺถ

๑ ฐานะ สุทธาวาสน ๑ ฐานะ สุทธาวาเส ปรินิพฺพนฺตาน ๑ ฐานะ

สพฺเพส อุปปชฺชนฺตาน ๑ ฐานะ สพฺเพส จวนฺตาน ๑ ฐานะ

ปุจฺฉิมภวิกาน ด้วยอำนาจที่สาธารณะแก่สัตว์ทั้งปวงอีก ๑ ฐานะ ปริ-

นิพฺพายนฺตาน (บาลีใช้ปรินิพิพนฺตาน) ๑ ฐานะ จตุโวการ ปญฺจ-

โวการ อุปปชฺชนฺตาน ๑ ฐานะ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺ-

ตาน ๑ ฐานะ บัณฑิตพึงใส่คำวิสัชนา ๕ อย่างไว้ในฐานะ ๒๗ อย่าง

เหล่านี้แล้ว พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งปัญหา ๔ อย่างในปวัต-

มหาวาระด้วยประการฉะนี้ ก็อรรถวินิจฉัยนั้น อันบัณฑิตทราบแล้ว

อย่างนี้ เมื่อวิสัชนาปัญหาย่อมเป็นอันวิสัชนาแล้วโดยง่าย และเมื่อ

วินิจฉัยซึ่งเนื้อความย่อมเป็นอันวินิจฉัยแล้วโดยง่าย.

นัยนี้ว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิด

แก่บุคคลใด ได้แก่ย่อมถามว่า รูปขันธ์กำลังเกิดในอุปาทะขณะสมังคี

แก่บุคคลใด เวทนาก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ เพราะเหตุนี้แม้เวทนา

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 281

ขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในขณะนั้นนั่นแหละ สองบทว่า อสญฺ-

สตฺต อุปปชฺชนฺตาน = ได้แก่ เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในอสัญญ-

สัตตภพด้วยอำนาจปฏิสนธิที่ไม่ใช่จิต บทว่า เตส รูปกฺขนฺโธ อุปฺ-

ปชฺชติ = ได้แก่รูปขันธ์กำลังเกิดเพียงอย่างเดียวแก่อสัญญสัตว์นั้น ก็

รูปขันธ์ของอสัญญสัตว์ผู้เกิดแล้วในปวัตติกาล ย่อมเกิดบ้าง ย่อมดับ

บ้าง เพราะเหตุนั้น จึงไม่ตรัสว่า อสญฺสตฺตาน = เกิดอยู่ใน

อสัญญสัตตภูมิ แต่ตรัสว่า อสญฺสตฺต อุปปชฺชนฺตาน = เกิดอยู่

คือกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ โน จ เตส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺ-

ปชฺชติ = แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ได้แก่

เวทนาขันธ์ของอสัญญสัตว์เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด เพราะความที่แห่ง

อสัญญสัตว์นั้นไม่มีจิต นี้เป็นการวิสัชนาโดยการแสดง โดยสรูปใน

ปุริมโกฏฐาสแห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะที่ ๑ ในบรรดาฐานะ ๒๗

อย่าง.

สองบทว่า ปญฺจโวการ อุปปชฺชนฺตาน = กำลังเกิดในปัญจ-

โวการภูมิ ได้แก่ เข้าถึงอยู่ซึ่งปัญจโวการภพด้วยอำนาจแห่งการปฏิ-

สนธิที่เจือด้วยรูปและอรูป หลายบทว่า เตส รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ

เวทนากฺขนฺโธ จ อุปปชฺชติ = เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่า

๑. คำว่า เกิดอยู่ หมายความทั้งกำลังเกิดและกำลังตาย คำว่า อสญฺสตฺตาน

ในยมกะนี้ จึงมีความหมายว่า กำลังเกิด-กำลังตาย

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 282

นั้น ได้แก่ ขันธ์แม้สอง กล่าวคือ รูปและเวทนา ย่อมเกิดขึ้นนั่น

เที่ยวแก่สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงซึ่งปัญจโวการภพเหล่านั้นโดยแน่นอน แต่

ว่าในปวัตติกาล ขันธ์ ๒ เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นบ้าง ย่อมดับบ้างแก่

สัตว์ผู้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่า ปุญฺจ-

โวการาน =เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ แต่ตรัสว่า ปญฺจโวการ อุปฺ-

ปชฺชนฺตาน = กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ นี้เป็นการวิสัชนาด้วย

การแสดงโดยสรุป ในปัจฉิมโกฏฐาส แห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะว่า

ปญฺจโวการ อุปฺปชฺชนฺตาน พึงทราบการวิสัชนาทั้งหมดโดยอุบายนี้

ก็นี้เป็นนิยมลักษณะในการเกิด และการดับนี้ ก็ในขันธยมกนี้แม้ทั้งสิ้น

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุปปาทวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งการเกิดขึ้น

ในปฏิสนธิกาลนั้นเที่ยวว่า การไม่ลูบคลำ ( คือไม่ทรงแสดง ) ซึ่งการ

เกิดและการดับในปวัตติกาลว่า ก็ในขันธยมกนี้ แม้ทั้งสิ้น เมื่อสัตว์

ทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วในปัญจโวการภพนั้น ๆ เมื่อการเกิดขึ้นและการดับ

อันไม่มีที่สุดแห่งขันธ์ ๕ แม้มีอยู่ในปวัตติกาลจนกระทั่งตาย การทำ

การแยกธรรมทั้งหลายที่เป็นไปโดยเร็ว เพื่อแสดงการเกิดและการดับ

ไม่ใช่ทำได้โดยง่าย ดังนี้แล้วจึงทรงแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลาย

ในปฏิสนธิของสัตว์ผู้เกิดแล้วด้วยกรรมต่าง ๆ อันยังวิปากวัฏฏ์ใหม่ ๆ

ให้สำเร็จ เป็นการทำได้ง่าย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสนิโรธวาระด้วย

อำนาจการดับในมรณะกาลว่า " ก็การแสดงการดับ ในกาลเป็นที่สิ้น

สุดลงแห่งวิปากวัฏฏ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นการทำได้ง่าย" ก็ความไม่ลูบคลำ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 283

การเกิดและการดับในปวัตติกาลนี้เป็นประมาณอย่างไรนั่นเหละคือ

พระบาลี

อนึ่ง พระบาลีว่า ปจฺฉิมภวิกาน เตส รูปกฺขนฺโธ จ

นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์ก็ย่อมไม่

เกิด เวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับแก่ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้น นี้ เป็น

ประมาณยิ่ง ในวาระแห่งอนาคตกาลแห่งอุปปาทะวาระโดยพิเศษใน

พระบาลี เมื่อภาวะที่สมควรเพื่อการเกิดขึ้นแห่งรูปธรรมมและอรูปธรรม

ทั้งหลายในปวัตติกาลของปัจฉิมภวิกบุคคลแม้มีอยู่ การเกิดขึ้นนในปวัตติ-

กาลพึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาโดยภาวะที่กล่าวแล้ว จึง

ทรงกระทำการสันนิษฐานว่า รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชชชิสฺสติ เวทนากฺ

ขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์ก็จักไม่เกิด เวทนาขันธ์ก็

จักไม่ดับ พระบาลีนี้ว่า สุทฺธาวาสปรินิพฺพนฺตาน = กำลังปรินิพ-

พานนสุทธวาส ดังนี้ เป็นประมาณยิ่ง ในการไม่แตะต้องซึ่งความ

ดับในปวัตติกาล ก็คลองแห่งการนับซึ่งสัญญาขันธ์ทั้งหลายที่ดับไปแล้ว

เพราะเกิดขึ้นแล้วในปวัตติกาล จำเดิมแต่ปฏิสนธิกาล ที่ตั้งอยู่ในภังค-

ขณะ จุติจิตของปรินิพพันตบุคคลในสุทธาวาส ย่อมไม่มี ครั้นเมื่อ

เป็นอย่างนั้น พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาความดับใน

ปวัตติกาลโดยภาวะที่กล่าวแล้ว จึงทรงกระทำการสันนิษฐานว่า เตส

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 284

ตตฺถ สญฺากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ = สัญญาขันธ์ไม่ดับแล้ว (คือ

ไม่เคยดับ ) แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

บัณฑิตครั้นทราบลักษณะที่แน่นอนในการเกิดขึ้นและดับไปนี้

แล้ว ควรถือเอาการเกิดขึ้นด้วยปฏิสนธิกาล และการดับด้วยจุติกาล

เท่านั้น แล้วพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งการวิสัชนาทั้งหลายที่มา

แล้วในฐานะทั้งหลายเหล่านั้น ๆ ด้วยประการฉะนี้ แต่ว่าการวินิจฉัย

เนื้อความนั้นท่านไม่ทำให้พิสดารแล้วโดยลำดับแห่งการวิสัชนาว่า การ

วินิจฉัยเนื้อความนั้นใคร ๆ ก็อาจทราบได้โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในการ

วิสัชนาแรก หากว่าบุคคลใดไม่สามารถจะทราบการวินิจฉัยเนื้อความ

เหล่านั้น บุคคลนั้นพึงเข้าไปนั่งใกล้อาจารย์ ฟังด้วยดีแล้วพึงทราบ

ตามนัยที่อาจารย์ให้แล้วนี้ อย่างนี้.

ยมกทั้งหลายเหล่าใดในขันธ์ ๕ ย่อมมี

ด้วยอำนาจแห่งอุปาทวาระ, นิโรธวาระ และ

อุปาทะและนิโรธะทั้งสองรวมกัน ด้วยอำนาจของ

อนุโลมนัยและปฏิโลมนัย พระชินเจ้าตรัสแล้วซึ่ง

ยมกะทั้งหลายเหล่านั้นในวาระทั้งหลายในปวัตติ-

กาล เพราะทรงแสดงแล้วซึ่งบุคคลวาระ, โอกาส-

วาระ, และปุคคโลกาสวาระ การกำหนดพระบาลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 285

เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วโดย

ลำดับ แม้การประกอบเนื้อความเพื่อการวินิจฉัย

ปัญหาและวิสัชนา พร้อมทั้งฐานะทั้งหลายแห่ง

การวิสัชนาอย่างใดอย่างหนึ่งโดยประการทั้งปวง

พระชินเจ้าทรงแสดงแล้ว ทรงประกาศแล้วใน

ปัญหาหนึ่ง ๆ ลำดับการวิสัชนาปัญหาในปวัตติ-

มหาวาระนี้เป็นไปแล้วโดยพิสดาร เพราะฉะนั้น

บัณฑิตทั้งหลายจงทราบเนื้อความโดยนัยนี้ว่า

เบื้องหน้าแต่นี้ไปใครหนอจะสามารถพรรณนาเนื้อ

ความนี้ได้.

อรรถกถาปวัตติวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 286

ปริญญาวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๓] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็กำลังรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็กำลัง

รู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 287

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้น

ก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 288

อตีตวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๔] บุคคลใดเคยรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดเคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง

รูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

อตีตวาระอนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 289

อตีตวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

บุคคลใดเคยรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดเคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง

ก้ไม่ใช่เคยรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

อตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 290

อนาคตวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๕] บุคคลใดจักรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็จักรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดจักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็จักรู้แจ้ง

รูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

อนาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 291

อนาคตวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็

ไม่ใช่จักรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

อนาคตวาระปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 292

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๖] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดเคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็กำลัง

รู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 293

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่เคยรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ แต่เคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์,

เว้นบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระอรหันต์ก็ดี บุคคลที่เหลือ

ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ และไม่ใช่เคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์.

ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้น

ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่เคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์

แต่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, เว้นบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี พระ-

อรหันต์ก็ดี บุคคลที่เหลือ ไม่ใช่เคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์ และไม่ใช่กำลัง

รู้แจ้งรูปขันธ์.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 294

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๗] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็จักรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดจักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็กำลัง

รู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 295

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูป-

ขันะ แต่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, พระอรหันต์ก็ดี ปุถุชนเหล่าใดไม่

ใช่จักได้มรรคก็ดี บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ และไม่ใช่

จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์.

ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่

กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรค ไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์ แต่

กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, พระอรหันต์ก็ดี ปุถุชนเหล่าใด ไม่ใช่จักได้มรรค

ก็ดี บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์ และไม่ใช่กำลังรู้แจ้ง

รูปขันธ์.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 296

อตีตานาคตวาระ อนุโลม

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

[๒๗๘] บุคคลใดเคยรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็จักรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

ก็หรือว่า บุคคลใดจักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง

รูปขันธ์ ใช่ไหม ?

ไม่ใช่.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 297

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก

รูปขันธมูล

รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-

บุคคลใดไม่ใช่เคยรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลเหล่านั้นก็ไม่ใช่จักรู้แจ้ง

เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่เคยรู้แจ้งรูป-

ขันธ์ แต่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี

ปุถุชนเหล่าใดไม่ใช่จักได้มรรคก็ดี บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่เคยรู้แจ้งรูป-

ขันธ์ และไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์.

ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่

เคยรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?

พระอรหันต์ ไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์ แต่เคยรู้แจ้งรูปขันธ์,

บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัตมรรคก็ดี ปุถุชนเหล่าใดไม่ใช่จักได้มรรคก็ดี

บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักรู้แจ้งเวทนาขันธ์ และไม่ใช่เคยรู้แจ้งรูปขันธ์.

จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี

รูปขันธมูล จบ

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ

ปริญญาวาระ จบ

ขันธยมก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 298

อรรถกถาปริญญาวาระ

แม้ในปริญญาวาระ อันมีในลำดับต่อจากปวัตติมหาวาระนั้น มี

ประเภทแห่งกาล ๖ อย่างเท่านั้น มีนัย ๒ อย่างโดยอนุโลมและปฏิโลม

แต่ในวาระทั้ง ๓ คือ ปุคคลวาระ โอกาสวาระ ปุคคโลกาสวาระ ย่อม

ได้บุคคลวาระเท่านั้น ไม่ได้วาระนอกนี้.

ถามว่า เพราะเหตุไร ?

ตอบว่า เพราะมีคำวิสัชชนาอย่างเดียวกัน.

ก็ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ย่อมรอบรู้รูปขันธ์ในที่ใดที่หนึ่งไซร้

ก็ย่อมรอบรู้แม้เวทนาขันธ์ ถ้าว่าย่อมรอบรู้เวทนาขันธ์ไซร้ ก็ย่อมรอบ

รู้แม้รูปขันธ์ ถ้าว่าบุคคลใดไม่รอบรู้รูปขันธ์ไซร้ ก็ย่อมไม่รอบรู้แม้

เวทนาขันธ์ ถ้าว่าไม่รอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์ ก็ย่อมไม่รอบรู้แม้รูปขันธ์

เพราะฉะนั้น ในวาระแม้เหล่านั้น พึงทราบว่า ย่อมไม่ได้วาระ ๒

เหล่านั้น ในปริญญาวาระนี้ เพราะมีคำวิสัชชนาเหมือนกันว่า บุคคล

พึงทำการถามด้วยอำนาจคำถามเป็นต้นว่า ยตฺถ รูปกฺขนฺธ ปริชานาติ

ตตฺถ เวทนากฺขนฺธ ปริชานาติ ดังนี้แล้ว พึงกระทำการวิสัชชนาว่า

อามนฺตา -ใช่ นั้นแหละ.

อีกอย่างหนึ่ง ปุคคลวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้ว

ในปริญญาวาระนี้ว่า ชื่อว่า ปริญญากิจ ย่อมมีแก่บุคคลเท่านั้นไม่มี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 299

แก่โอกาสะ บุคคลเท่านั้นสามารถเพื่อการรอบรู้ ไม่ใช่โอกาสะ เพราะ

เหตุนั้น จึงไม่ทรงถือเอาโอกาสวาระ ก็เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่

ทรงถือเอาโอกาสวาระนั้น ปุคคโลกาสวาระที่มีในลำดับแห่งโอกาส-

วาระนั้น แม้ได้อยู่ ก็ไม่ทรงถือเอา ก็บุคคลวาระนี้ใดทรงถือเอาแล้วใน

ปัจจุบันกาลยมกะ ๑๐ อย่าง ด้วยการถือเอาอีก ในอนุโลมโดยนัยที่

กล่าวแล้วในหนหลังว่า ยมกที่มีรูปขันธ์เป็นมูล ๔ เวทนาขันธ์เป็นมูล

๓ สัญญาขันธ์เป็นมูล ๒ สังขารขันธ์เป็นมูล ๑ ในปฏิโลมนัยอีก ๑๐

จึงรวมเป็นยมก ๒๐ แม้ในกาลที่เหลือก็อย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้น

พึงทราบการกำหนดพระบาลี ในปริญญาวาระนี้ว่า ยมก ๑๒๐ ปุจฉา

๒๔๐ อรรถ ๔๘๐ ย่อมมีในกาลทั้ง ๖ เพราะกระทำกาลหนึ่ง ๆ ให้

เป็น ๒๐.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปริญญาวาระนี้ อัทธา ๓ คือ อดีต

อนาคต ปัจจุบัน ย่อมไม่ได้ด้วยอำนาจจุติและปฏิสนธิ เหมือนกันกับ

ปวัตติวาระ แต่ย่อมได้ด้วยอำนาจขณะแห่งจิตในปวัตติเท่านั้น เพราะ

เหตุนั้น ในปริญญาวาระนี้ ท่านจึงกระทำการวิสัชชนาว่า " ใช่ " ใน

คำถามทั้งหลาย เป็นต้นว่า บุคคลใดกำลังรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ บุคคล

นั้นกำลังรอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์หรือ บุคคลรู้อยู่ซึ่งขันธ์ใดขันธ์หนึ่งใน

ขันธ์ ๕ เพราะยังปริญญากิจให้สำเร็จด้วยกิจอันมีนิพพานเป็นอารมณ์

ในโลกุตตรมรรค ย่อมกล่าวได้ว่า ย่อมรอบรู้แม้ขันธ์นอกนี้.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 300

คำว่า ปริชานาติ = ย่อมรอบรู้ ในปริญญาวาระนี้ พึงทราบ

ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ใช่ เพราะทรงหมายเอาความพร้อม-

เพรียงแห่งมรรคอันเลิศ ( อรหัตตมรรค ) อันถึงซึ่งที่สุดแห่งปริญญา-

กิจ ในปัญหาทั้งหลายในอนุโลมนัย แต่ว่าในปฏิโลมนัย คำว่า

ปริชานาติ =ไม่ใช่กำลังรอบรู้ ในปัญหาทั้งหลายพระมีพระภาคเจ้า

ตรัสว่า ใช่ เพราะทั้งทรงหมายเอาบุคคลทั้งหลายมีปุถุชนเป็นต้น ส่วน

ในคำนี้ว่า ปริชานิตฺถ = เคยรอบรู้ ในอดีตกาล ได้แก่ บุคคลแม้

ดำรงอยู่ในผลอันเลิศในลำดับแห่งมรรค ชื่อว่า รอบรู้แล้วนั่นเที่ยว

เพราะสำเร็จปริญญากิจแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสถามซึ่งความ

พร้อมเพรียงแห่งมรรคอันเลิศด้วยปัญหาว่า บุคคลใดกำลังรอบรู้รูป

ขันธ์ บุคคลนั้นเคยรอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์หรือ ก็เพราะบุคคลนี้ชื่อว่า

รู้อยู่ ( คือกำลังรู้) ซึ่งขันธ์ ๕ เท่านั้น ( ยังไม่เคยรอบรู้) เพราะ

ปริญญากิจที่ตนยังไม่สำเร็จแล้วก่อน เหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึง

กระทำการปฏิเสธว่า โน = ไม่ใช่ ( หามิได้ ).

ส่วนในปัญหาที่ ๒ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสถามซึ่งพระ-

อรหัตต์ว่า ปริชานิตฺถ = รอบรู้แล้วหรือ ก็เพราะปริญญากิจที่ท่าน

กระทำสำเร็จแล้วไม่มีอยู่ เหตุนั้นชื่อว่ากิจที่ควรกำหนดรู้จึงไม่มีแก่พระ-

อรหันต์นั้น ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงกระทำการปฏิเสธว่า โน =

ไม่ใช่ ในการวิสัชนาแห่งปฏิโลมนัยในทุติยปัญหานี้ว่า อรหา รูปกฺ-

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 301

ขนฺธ ปริชานาติ = พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะความไม่มีเพื่อการรอบรู้ของพระ-

อรหันต์ หลายบทว่า บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคอันเลิศ ( อร-

หัตมรรค ) ไม่รอบรู้แล้วซึ่งเวทนาขันธ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส

แล้ว เพราะบุคคลผู้ดำรงอยู่ในอรหัตมรรค ยังไม่สำเร็จปริญญากิจ

อรหัตมรรคบุคคลนั้นย่อม (ยัง) ไม่เคยรอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์อย่างเดียว

เท่านั้นก็หามิได้ แม้ธรรมอย่างหนึ่งก็ไม่เคยรอบรู้ พระผู้มีพระภาคเจ้า

ตรัสคำนี้ไว้ด้วยอำนาจคำถาม แม้คำนี้ว่า โน จ รูปกฺขนฺธ พระ-

องค์ก็ตรัสแล้วด้วยอำนาจคำถามนั่นแหละ ก็อรหัตมรรคบุคคลนั้นย่อม

ไม่รอบรู้ซึ่งขันธ์แม้อื่น.

ปัญหาว่า บุคคลใดกำลังรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จัก

รอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์หรือ อธิบายว่า เพราะบุคคลผู้ดำรงอยู่ในมรรค

เป็นผู้มีขณะจิตเดียว ( คือมรรคจิตเกิดขณะเดียว ) ฉะนั้นบุคคลนั้น

ย่อมไม่ถึงซึ่งความนับว่า จักรอบรู้ เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสว่า

โน = ไม่ใช่ หลายบทว่า เต รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถ =

บุคคลเหล่านั้นไม่เคยรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ด้วย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส

แล้วด้วยคำถามที่เสมอกัน อธิบายในปัญหานี้ว่า บุคคลทั้งหลายไม่รู้แล้ว

(คือยังไม่รู้ ) บัณฑิตพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบาย

นี้.

ปริญญาวาระ จบ

ขันธยมกะ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 302

อายตนยมกที่ ๓

ปัณณัตติวาระ

[๒๗๙] อายตนะ ๑๒ คือ :-

๑. จักขายตนะ

๒. โสตายตนะ

๓. ฆานายตนะ

๔. ชิวหายตนะ

๕. กายายตนะ

๖. รูปายตนะ

๗. สัททายตนะ

๘. คันธายตนะ

๙. รสายตนะ

๑๐. โผฏฐัพพายตนะ

๑๑. มนายตนะ

๑๒. ธัมมายนตนะ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 303

อุทเทสวาระ

ปทโสธนวาระ อนุโลม

[๒๘๐] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าจักขายตนะ, ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโสตายตนะ, ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าฆานายตนะ, ชื่อว่าฆานะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่าชิวหายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าชิวหายตนะ, ชื่อว่าชิวหา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ากาย, ชื่อว่ากายายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ากายายตนะ, ชื่อว่ากาย ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูปายตนะ, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัททะ, ชื่อว่าสัททายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัททายตนะ, ชื่อว่าสัททะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าคันธะ, ชื่อว่าคันธายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าคันธายตนะ, ชื่อว่าคันธะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 304

ธรรมที่ชื่อว่ารสะ, ชื่อว่ารสายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารสายตนะ, ชื่อว่ารสะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ, ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ, ชื่อว่าโผฏฐัพพะ ใชไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ามนายตนะ, ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 305

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก

[๒๘๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ, ไม่ชื่อว่ารฆานะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่าชิวหายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหายตนะ, ไม่ชื่อว่าชิวหา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่ากายายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายายตนะ, ไม่ชื่อว่ากาย ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูปายตนะ, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัททะ, ไม่ชื่อว่าสัททายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัททายตนะ, ไม่ชื่อว่าสัททะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าคันธะ, ไม่ชื่อว่าคันธายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าคันธายตนะ, ไม่ชื่อว่าคันธะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 306

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารสะ, ไม่ชื่อว่ารสายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารสายตนะ, ไม่ชื่อว่ารสะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ, ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ, ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามนายตนะ, ไม่ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 307

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม

[๒๘๒] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตายนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าชิวหายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 308

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตายตนะ, ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

(พึงผูกจักกนัย).

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 309

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก

[๒๘๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าชิวหายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 310

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามนายตะ ใช่ไหม ?

( พึงผูกจักกนัย ).

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 311

สุทธายตนวาระ อนุโลม

[๒๘๔] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าฆานะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าชิวหา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ากาย, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ากาย ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าสัททะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าสัททะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าคันธะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าคันธะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 312

ธรรมที่ชื่อว่าระ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ารสะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโผฏฐัพพะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

สุทธายตนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 313

สุทธายตนวาระ ปัจจนิก

[๒๘๕] ธรรมที่ไม่ใช่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อวาโสตะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าฆานะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าชิวหา ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ากาย ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัททะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าสัททะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าคันธะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าคันธะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 314

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารสะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ารสะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

สุทธายตนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 315

สุทธายตนมูลจักกวาระ อนุโลม

[๒๘๖] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 316

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

(พึงผูกจักกนัย ).

สุทธายตนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 317

สุทธายตนมูลจักกวาระ ปัจจนิก

[๒๘๗] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 318

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

(พึงผูกจักกนัย).

สุทธายตนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

อุทเทสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 319

นิทเทสวาระ

ปทโสธนวาระ อนุโลม

[๒๘๘] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ,

จัขายตนะชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าจักขายตนะ, ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ชื่อว่าโสตะ แต่ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ,

โสตายตนะชื่อว่าโสตะด้วย ชื่อว่าโสตายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าโสตายตนะ, ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าฆานายตนะ, ชื่อว่าฆานะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 320

ธรรมที่ชื่อว่าชิวหา, ชื่อว่าชิวหายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าชิวหายตนะ, ชื่อว่าชิวหา ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่ากาย, ชื่อว่ากายายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นกายายตนะเสียแล้ว กายที่เหลือนอกนั้นชื่อว่ากาย แต่

ไม่ชื่อว่ากายายตนะ, กายายตนะชื่อว่ากายด้วย ชื่อว่ากายายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่ากายายตนะ, ชื่อว่ากาย ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่ารูป, ชื่อว่ารูปายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปายตนะเสียแล้ว รูปที่เหลือนอกนั้นชื่อว่ารูป แต่ไม่

ชื่อว่ารูปายตนะ, รูปายตนะชื่อว่ารูปด้วย ชื่อว่ารูปายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่ารูปายตนะ. ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าสัททะ, ชื่อว่าสัททายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าสัททายตนะ, ชื่อว่าสัททะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าคันธะ, ชื่อว่าคันธายตนะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 321

สีลคันธะ ( กลิ่น คือ ศีล ) สมาธิคันธะ ( กลิ่น คือ สมาธิ )

ปัญญาคันธะ ( กลิ่น คือ ปัญญา ) ชื่อว่าคันธะ แต่ไม่ชื่อว่าคันธา-

ยตนะ, คันธายตนะชื่อว่าคันธะด้วย ชื่อว่าคันธายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าคันธายตนะ, ชื่อว่าคันธะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่ารส, ชื่อว่ารสายตนะ ใช่ไหม ?

อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ชื่อว่ารส แต่ไม่ชื่อว่ารสายตนะ,

รสายตนะชื่อว่ารสด้วย ชื่อว่ารสายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่ารสายตนะ, ชื่อว่ารส ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ, ชื่อว่าโผฏฐัพพะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่ามโน, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่ามนายตนะ, ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 322

ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าธัมมะ

แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ธัมมายตนะชื่อว่าธัมมะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะ

ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ปทโสธนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 323

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก

[๒๘๙] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขุ ใช่ไหม ?

ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ แต่ชื่อว่าจักขุ,

ยกเว้นจักขุและจักขายตนะเสียแล้ว จักขุที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ

และไม่ชื่อว่าจักขายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตะ ใช่ไหม ?

ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ แต่ชื่อว่าโสตะ,

ยกเว้นโสตะและโสตายตนะเสียแล้ว โสตะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าโสตะ

ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ, ไม่ชื่อว่าฆานะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 324

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหา, ไม่ชื่อว่าชิวหายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าชิวหายตนะ, ไม่ชื่อว่าชิวหา ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่ากายายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากายายตนะ, ไม่ชื่อว่ากาย ใช่ไหม ?

ยกเว้นกายายตนะเสียแล้ว กายที่เหลือไม่ชื่อว่ากายายตนะ แต่

ชื่อว่ากาย, ยกเว้นกายและกายายตนะเสียแล้ว กายที่เหลือไม่ชื่อว่ากาย

และไม่ชื่อว่ากายายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่ารูปายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูปายตนะ, ไม่ชื่อว่ารูป ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปายตนะเสียแล้ว รูปที่เหลือไม่ชื่อว่ารูปายตนะ แต่

ชื่อว่ารูป, ยกเว้นรูปและรูปายตนะเสียแล้ว รูปที่เหลือไม่ชื่อว่ารูปและ

ไม่ชื่อว่ารูปายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัททะ, ไม่ชื่อว่าสัททายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 325

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าสัททายตนะ, ไม่ชื่อว่าสัททะ ไช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าคันธะ, ไม่ชื่อว่าคันธายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าคันธายตนะ, ไม่ชื่อว่าคันธะ ใช่ไหม ?

สีลคันธะ สมาธิคันธะ ปัญญาคันธะ ไม่ชื่อว่าคันธายตนะ

แต่ชื่อว่าคันธะ, ยกเว้นคันธะและคันธายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือ

ไม่ชื่อว่าคันธะ และไม่ชื่อว่าคันธายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารส, ไม่ชื่อว่ารสายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารสายตนะ, ไม่ชื่อว่ารส ใช่ไหม ?

อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ไม่ชื่อว่ารสายตนะ แต่ชื่อว่ารส,

ยกเว้นรสและรสายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ชื่อว่ารส และไม่

ชื่อว่ารสายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ, ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพายตนะ, ไม่ชื่อว่าโผฏฐัพพะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 326

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามนายตนะ, ไม่ชื่อว่ามโน ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ

แต่ชื่อว่าธัมมะ, ยกเว้นธัมมะและธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือ

ไม่ชื่อว่าธัมมะ และไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ.

ปทโสธนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 327

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม

[๒๙๐] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ

จักขายตนะชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

โสตายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าโสตายตนะด้วย, อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าโสตายตนะ.

ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ชื่อว่าจักขุ แต่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ,

จักขายตนะชื่อว่าจักขุด้วย ชื่อว่าจักขายตนะด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธัมมายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะด้วย อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ.

โสตะ ฯ ล ฯ ฆานะ ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 328

ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าธัมมะ

แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ธัมมายตนะชื่อว่าธัมมะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะ

ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

จักขายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าจักขายตนะด้วย อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ.

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าธัมมะ

แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ, ธัมมายตนะชื่อว่าธัมมะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะ

ด้วย.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายาตนะ, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

มนายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่ามนายตนะด้วย อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่ามนายตนะ.

( ผู้มีปัญญาพึงผูกจักกนัยมีบทหนึ่ง ๆ เป็นมูล )

ปทโสธนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 329

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก

[๒๙๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 330

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

(เมื่อผูกจักกนัยพึงเติมคำว่า อามันตา คือ ถูกแล้วทุกบท.)

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 331

สุทธายตนวาระ อนุโลม

[๒๙๒] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

จักขายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าจักขายตนะด้วย, อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ.

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ . . . ชิวหา . . . กาย . . . รูป . . . เสียง . . .

กลิ่น . . . รูป . . . โผฏฐัพพะ . . . มโน. . .

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธัมมายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะด้วย, อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ.

สุทธายตนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 332

สุทธายตนวาระ ปัจจนิก

[๒๙๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ แต่

ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นโสตะเสียแล้ว ฯ ล ฯ ยกเว้นฆานะเสียแล้ว ยกเว้น

ชิวหาเสียแล้ว ฯ ล ฯ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ากายายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นรูปเสียแล้ว ฯ ล ฯ ยกเว้นเสียงเสียแล้ว ยกเว้นกลิ่น

เสียแล้ว ยกเว้นรสเสียแล้ว ยกเว้นโผฏฐัพพะเสียแล้ว ฯ ล ฯ และไม่

ชื่อว่าอายตนะด้วย.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 333

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นมโนเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ามโน แต่

ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นมโนและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่ามโน และไม่ชื่อว่าอายตนะ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

สุทธายตนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 334

สุทธายตนมูลจักกวาระ อนุโลม

[๒๙๔] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ ชื่อว่าโสตายตะ ใช่ไหม ?

โสตายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าโสตายตนะด้วย, อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ.

ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ธัมมายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะด้วย, อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ.

ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ฯ ล ฯ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 335

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ฆานะ ชิวหา ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

มนายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่ามนายตนะด้วย, อายตนะ

ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่ามนายตนะ (พึงผูกจักกนัย).

สุทธายตนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 336

สุทธายตนมูลจักกวาระ ปัจจนิก

[๒๙๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ แต่

ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ แต่

ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น

ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ยกเว้นโสตะเสียแล้ว ฯ ล ฯ ยกเว้นฆานะเสียแล้ว ยกเว้น

ชิวหาเสียแล้ว ฯ ล ฯ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 337

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่.

ฯ ล ฯ

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?

ใช่. ( พึงผูกจักกนัย ).

สุทธายตนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

ปัณณัตติวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 338

ปวัตติวาระ

อุปปาทวาระ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๒๙๖] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ โสตะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุและโสตะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จัก-

ขายตนะกำลังเกิด และโสตายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีโสตะเกิดได้ จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีโสตะและจักขุเกิดไดเหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-

ยตนะกำลังเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนะมูละ โสตายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 339

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๒๙๗] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ ฆานะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยนตะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีจักขุและฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จัก-

ขายตนะกำลังเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีฆานะเกิดได้ จักขุเกิดไม่ไดเหล่านั้นกำลังเกิด ฆานา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะและจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด

ฆานายตนะกำลังเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนะมูละ ฆวนายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๒๙๘] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 340

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีรูปายตนะเกิดได้ จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะ

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะกำลังเกิด

และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๒๙๙] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีจิตเกิดได้ จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะ

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะกำลังเกิด

และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 341

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๐๐] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็กำลัง

เกิดเป็นบุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด

แก่บุคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด และจัก-

ขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

มานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๐๑] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 342

ก็หรือว่า รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีรูปะเกิดได้ ฆานะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูป-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะ

กำลังเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานาตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๐๒] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีจิตเกิดได้ ฆานะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะ

กำลังเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 343

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๐๓ ] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด และ

ฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๐๔] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 344

บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

ที่มีรูปะและจิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะกำลังเกิด และมนา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

ที่มีจิตและรูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะกำลังเกิด และรูปา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๐๕] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 345

บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

บุคคลที่มีรูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด และรูปา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๐๖] มนายาตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 346

ที่มีจิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด และมนายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๐๗] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, โสตายนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ก็หรือว่า โสตายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 347

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๐๘] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในรูปาวจรภูมินั้น จักขายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมินั้น จักขายตนะกำลัง

เกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะก็

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๐๙] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 348

ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น รูปายตนะกำลัง

เกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๑๐] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, มนายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมินั้น มนายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่จักขายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น มนายตนะกำลังเกิด

และจักขายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 349

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๐๑] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี ธัมมายตนะกำลังเกิดใน

ภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น

ธัมมายตนะกำลังเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๐๒] ฆานายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 350

ก็หรือว่า รูปายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในรูปาวจรภูมินั้น รูปายตนะกำาลังเกิดในภูมินั้น แต่ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมินั้น รูปายตนะกำลังเกิด

ฆานายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น. ( พึงทราบว่า ฆานายตนะกำลังเกิด

ในที่ใด มนายตนะและธัมมายตนะก็กำลังเกิดในที่นั้น เป็นเช่นเดียว

กัน ไม่มีความต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป )

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๑๓] ฆานายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ธัมมายตนะกำลังเกิด

ในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในกามาวจรภูมินั้น

ธัมมายตนะกำลังเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 351

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๑๔] รูปายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, มนายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่มนา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ในปัญจโวการภูมินั้น รูปายตนะกำลัง

เกิด และมนายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมินั้น มนายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่รูปายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ในปัญจโวการภูมินั้น มนายตนะกำลังเกิด

และรูปายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๐๕] รูปายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 352

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอรูปภูมินั้น ธัมมายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่รูปายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี

ธัมมายตนะกำลังเกิด และรูปายตนะก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๑๖] มนายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, มนายตนะก็กำลังเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 353

ในอสัญญสัตตภูมินั้น ธัมมายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น แต่มนา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิ

ก็ดี ธัมมายตนะกำลังเกิด และมนาก็กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคลโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๑๗] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ โสตะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุและโสตะเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด จักขายตนะกำลังเกิด และโสตายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 354

ก็หรือว่า โสตายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่มีโสตะเกิดได้ จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีโสตะและจักขุเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด โสตายตนะกำลังเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น. ( อายตนะที่ย่อไว้แล้ว เป็นเช่นเดียวกัน )

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมาตนมูลี :-

[๓๑๘] มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 355

บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่มีจิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะกำลังเกิด

และนายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 356

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๑๙] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ โสตะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุและ

โสตะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และ

โสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่โสตะเกิดไม่ได้ จักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่โสตะและ

จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และ

จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 357

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๒๐] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ ฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุและ

ฆานะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และ

ฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ จักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะและ

จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และ

จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายนตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 358

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๒๑] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ รูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๒๒] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 359

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ จิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้น. บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้เหล่านั้น

กำลังเกิดก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๒๓] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 360

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๒๔] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ รูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๒๕] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 361

บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้ จิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๒๖] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคลใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด ฆานายตนะไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 362

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๒๗] รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

เหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จิตเกิดไม่ใช่เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 363

เหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และรูปายตนะก็

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๒๘] รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 364

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๒๙] มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 365

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๓๐] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, โสตายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๓๑] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 366

ในรูปาวจรภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่

จักขายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี

ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๓๒] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในอสัญญสัตตภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่

รูปายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอรูปภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๓๓] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, มนายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 367

ในอรูปภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่มนา-

ยตนะกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่

กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๓๔] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 368

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๓๕] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในรูปาวจรภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่

รูปายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอรูปภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๓๖] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, มนายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดในภูมินั้น แต่มนายตนะกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญสัตตภูมินั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 369

ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๓๗] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 370

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๓๘] รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, มนายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๓๙] รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, รูปายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 371

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๔๐] มนายะตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ธัมมายตนะก็ไม่

ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

กำลังเกิด.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, มนาก็ไม่ใช่

กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๔๑] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 372

บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้ โสตะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี

บุคคลที่จักขุและโสตะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี จักขายตนะไม่ใช่

กำลังเกิด และโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด,จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่โสตะเกิดไม่ได้ จักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี

บุคคลที่โสตะและจักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี โสตายตนะไม่ใช่

กำลังเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

ฯ ล ฯ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๘๒] มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัม-

มายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 373

บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดมนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตาย มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

และธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 374

อตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๔๓] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะก็เคย

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็เคย

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะ

ธัมมายตนมูลี :-

[๓๔๔] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ ฯ ล ฯ

รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 375

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขาก็เคยเกิดแก่

บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่ ฯ ล ฯ

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะ

ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูล

ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๔๕] ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะเคยเกิด

แก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็เคยเกิดและบุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็เคยเกิด

แก่บุคคนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปปายตนะ มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 376

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ :-

[๓๔๖] จักขายตนะเคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ ( อายตนะมี

ประมาณเท่าใด พึงเพิ่มคำว่า อุปฺปชฺชติ - กำลังเกิด, อุปฺปชฺชิตฺถ-

เคยเกิดเป็นต้น เช่นเดียวกับในวาระทั้งปวง คือ ปัจจจุปปันนวาระบ้าง,

อตีตวาระบ้าง, อนาคตวาระบ้าง, ปัจจุปปันนาตีตวาระบ้าง, ปัจจุป-

ปันนานาคตวาระบ้าง, อตีตานาคตวาระบ้าง )

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ จบ

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๔๗] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 377

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๔๘] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูนั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมินั้น จักขายตนะเคยเกิด

และฆานายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 378

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๔๙] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, ในปัญจโวการภูมินั้น รูปายตนะเคยเกิด และจักขายตนะก็

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๕๐] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนาตยนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 379

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น มนายตนะเคยเกิด และจักขา-

ยตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๕๑] จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่

ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ

นั้น ธัมมายตนะเคยเกิด และจักขายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 380

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๕๒] ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมินั้น รูปายตนะเคยเกิด และ

ฆานายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๕๓] ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 381

ก็หรือว่า มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ

ก็ดี มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่

ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ

นั้น มนายตนะเคยเกิด และฆานายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๕๔] ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ

ก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 382

ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ

นั้น ธัมมายตนะเคยเกิด และฆานายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๕๕] รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนาตยนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น รูปายตนะเคยเกิด และ

มนายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 383

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น มนายตนะเคยเกิด และรูปายตนะ

ก็เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๕๖] รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิด และรูปายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 384

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๕๗] มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น ธัมมายตนะเคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจ-

โวการภูมิก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิด และมนายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 385

อตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๕๘] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะ

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็

ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี ( แสดงโดยย่อ )

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๕๙] มนาตยนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะ

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 386

ไม่มี.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี ฯ ล ฯ

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ :-

[๓๖๐] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ จบ

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 387

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๖๑] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๖๒] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 388

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิด

และจักขายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๖๓] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดก็บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูป-

ภูมิก็ดี จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 389

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๖๔] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี

จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๖๕] จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 390

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมา-

ยตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาส

ภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่เคยเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๖๖] ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 391

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี

ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๖๗] ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ

ก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะ

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิด และ

มนายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูนินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 392

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๖๘] ฆานาตยนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิ

ก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมา-

ยตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาส

ภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๖๙] รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 393

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมินั้น รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิด และมนา-

ยตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น มนายตนะไม่ใช่เคยเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมินั้น มนายตนะไม่ใช่เคยเกิด

และรูปายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๗๐] รูปาตยนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมินั้น รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 394

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๗๑] มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น มนายตนะไม่ใช่เคยเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมินั้น มนายตนะไม่ใช่เคยเกิด

และธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูล

มนายตนมูล จบ

อตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 395

อนาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๗๒] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๗๓] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน จักขา-

ยตนะก็เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 396

เหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น จักขายตนะจักเกิด และฆานายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๗๔] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

(จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด มนายตนะและธัมมายตนะก็

จักเกิดแก่บุคคลนั้นเป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ)

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 397

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๗๕] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ธัมมายตนะ

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่นอกจากนั้น ธัมมายตนะจักเกิด และจักขายตนะก็จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๗๖] ฆานาตยนะจักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 398

ก็หรือว่า รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน รูปา-

ยตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น รูปายตนะจักเกิด และฆานายตนะก็

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๗๗] ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ ฯ ล ฯ

ธัมมายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี ในรูปาวจรภูมิก็ดี แล้ว

จักปรินิพพาน ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 399

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น ธัมมายตนะจักเกิด

และฆานายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๗๘] รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ ฯ ล ฯ

ธัมมายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ธัมมายตนะ

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

บุคคลที่นอกจากนั้น ธัมมายตนะจักเกิด และรูปายตนะก็จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนะ ฯ ลฯ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 400

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๗๙] มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ :-

[๓๘๐] จักขายตนะจักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 401

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๘๑] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตายตนะ

จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๘๒] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น จักขายตนะจักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 402

ในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมินั้น จักขายตนะจักเกิด และ

ฆานายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็จักเกิดเเก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๘๓] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น รูปายตนะจักเกิด และ

จักขายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 403

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :- n

[๓๘๔] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น มนายตนะจักเกิด และจักขายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๘๕] จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 404

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ในอรูปภูมิก็ดี ธัมมายตนะ

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น ธัมมายตนะ

จักเกิด และจักขายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตมูลี :-

[๓๘๖] ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 405

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมินั้น รูปายตนะจักเกิด และฆานา-

ยตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๘๗] ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็เกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจภูมิก็ดี มนายตนะ

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมินั้น มนายตนะจักเกิด

และฆานายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 406

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๓๘๘] รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น รูปายตนะจักเกิด และมนา-

ยตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด รูปายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมินั้น มนายตนะจักเกิด และรูปายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 407

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๘๙] รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

บุคคลที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ธัมมายตนะ

จักเกิด และรูปายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๙๐] มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 408

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด มนายตนะ

ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น ธัมมายตนะจักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น บุคคลที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี ในปัญจโวการภูมิก็ดี

ธัมมายตนะจักเกิด และมนายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระอนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 409

อนาคตวาระ ปัจจนิก

ปุคควาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๓๙๑] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๓๙๒] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 410

ก็หรือว่า ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ฆานา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ

แล้วจักปรินิพพานก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๙๓] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็ไม่

ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็ไม่

ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 411

จักขายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๙๔] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ ฯลฯ

ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน จักขายตนะ

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,

ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด และธัมมายตนะก็ไม่

ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๓๙๕] ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 412

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ฆานา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ

แล้วจักปรินิพพานก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๙๖] ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะะ ฯลฯ

ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี แล้ว

จักปรินิพพาน ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมา-

ยตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ ฆานา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 413

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๙๗] รูปายตนะไม่ใช่เกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ ฯ ล ฯ

ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน รูปายตนะไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ปัจฉิมภวิก-

บุคคลเกิดอยู่ รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 414

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๓๙๘] มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ :-

[๓๙๙ ] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 415

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๐๐] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสต-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๔๐๑] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 416

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี,

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด และจักขายตนะ

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมลี :-

[๔๐๒] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคล

ที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด และรูปายตนะก็ไมใช่

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 417

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๐๓] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี,

จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๐๔] จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

ก็ดี จักขายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 418

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่

จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๐๕] ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมินั้น ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 419

เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๐๖] ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะจักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ก็ดี บุคคลที่

เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี, ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะ-

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 420

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๐๗] ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ ฆานา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 421

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๐๘] รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมินั้น รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด และมนา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ มนายตนะไม่ใช่จักเกิด และ

รูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปานตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 422

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๐๙] รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,

ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๑๐] มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 423

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น, ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ มนายตนะไม่ใช่จักเกิด และ

ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะจักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคโลกาสวาระ จบ

อนาคตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 424

ปัจจุปันนาตีตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๑๑] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะก็เคย

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด โสตายตนะ

เคยเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะ

ธัมมายตนมูลี :-

[๔๑๒] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ ฯ ล ฯ

รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 425

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด ธัมมา-

ยตะเคยเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ

ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนะ ฯ ล ฯ มนายตนะ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๑๓] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะ ฯ ล ฯ

มนายตนะ ธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 426

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด

ธัมมายตนะเคยเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนะ ฯ ล ฯ มนายตนะ ธัมมายตนมูล

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๑๔] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะ ฯ ล ฯ

ธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 427

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีรูปะเกิดได้กำลังเกิด ธัมมา-

ยตนะเคยเกิด และรูปายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนะ ฯ ล ฯ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๑๕] มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็เคย

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจิตเกิดได้กำลังเกิด ธัมมา-

ยตนะเคยเกิด และมนายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 428

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๑๖] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, โสตายตนะก็เคยเกิด

ในภูมินั้น ใช่ไหม ฯ ล ฯ

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๑๗] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตา-

ยตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิด และโสตายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 429

ก็หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด โสตายตนะเคยเกิด และจักขา-

ยตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นไนภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๔๑๘] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะเคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะกำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิ จักขา-

ยตนะกำลังเกิด และฆานายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 430

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดกามาวจรภูมิ ฆานายตนะ

เคยเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๑๙] จักขายตนะกำลังเกิดบุคคลใดในภูมิใด, โสตายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิด และรูปายตนะก็เคยเกิดบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 431

ก็ดี รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด

รูปายตนะเคยเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๒๐] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิด และมนายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 432

มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด มนา-

ยตนะเคยเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๒๑] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้กำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิด และธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 433

กำลังเกิด ธัมมายตนะเคยเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๒๒] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะ

ก็กำลังเกิดไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี

รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด รูปา-

ยตนะเคยเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 434

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๒๓] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลในภูมิใด, มนายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

ก็หรือว่า มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะก็

กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ บุคคลที่ฆานะเกิด

ไม่ได้กำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

ฆานนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิด

ได้กำลังเกิด มนายตนะเคยเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๒๔] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 435

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้

กำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด

ธัมมายตนะเคยเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๒๕] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง

เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น แต่มนายตนะไม่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 436

นอกจากนั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะกำลังเกิด และ

มนายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด

อยู่ในอรูปภูมิก็ดี มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมือบุคคลเหล่า-

นั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ มนายตนะเคยเกิด และรูปายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๒๖] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นที่มีรูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลัง

เกิด รูปายตนะกำลังเกิด และธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 437

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีรูปะ

เกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะเคยเกิด และรูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๒๗] มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมายตนะ

ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะกำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นที่มีจิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด

มนายตนะกำลังเกิด และธัมมายตนะก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ-

นั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 438

ก็หรือว่า ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้น ทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจิต

เกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะเคยเกิด และมนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 439

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๒๘] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะ

ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะ

ธัมมายตนมูลี :-

[๔๒๙] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะ

ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น

ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 440

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะ

ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูล

ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๓๐] ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนะมูละไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เคยเกิด.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิแก่บุคคลใด, มนายตนะ

ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

ไม่มี.

จบ ฆานายตนะ ฯ ล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนะ ฯล ฯ รูปายตนะ มนายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 441

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ

[๔๓๑] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๓๒] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โส-

ตายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขา-

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 442

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิด และโสตายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพานในสุทธาวาส-

ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี

โสตายตนะไม่ใช่เคยเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๔๓๓] จักขายตะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคลในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิด

ไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ฆานายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 443

ภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในรูปายวจรภูมิก็ บุคคลที่เกิดอยู่

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขายตนะไม่ใช่

กำลังเกิด และฆานายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะไม่ใช่

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี

บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานา-

ยตนะไม่ใช่เคยเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๓๔] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-

สัตตภูมิก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 444

รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลัง

ปรินิพพานในสุทธวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี จักขายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-

ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิด และ

จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๓๕] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 445

ก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนา-

ยตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลัง

ปรินิพพานในสุทธวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-

ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนายตนะไม่ใช่เคยเกิด

และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๓๖] จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 446

ภูมินั้น แต่ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล

เหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

และธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-

ภูมิ ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๓๗] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 447

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะ

เกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปา-

วจรภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่

รูปายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธา-

วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

และรูปายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๓๘] ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ฆานะ

เกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปา-

วจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 448

ภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่

ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๓๙] ฆานายตนะ.ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น แต่ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล

เหล่านั้นเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 449

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

ใช่.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๔๐] รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่เกิด

อยู่ในอรูปภูมิก็ดี รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่มนายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้น

กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิ

ก็ดี รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 450

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง

เกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มนายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน

ภูมินั้น แต่รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล

เหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายใน

อสัญญสัตตภูมิก็ดี มนายตนะไม่ใช่เคยเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลัง

เกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๔๑] รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น แต่ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล

เหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

และธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 451

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ

ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูมินั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๔๒] มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ธัมมา-

ยตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ

นั้น แต่ธัมมายตนะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคล

เหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด

และธัมมายตนะก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 452

ก็หรือว่า ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, มนา-

ยตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะไม่ใช่

เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มนายตนะกำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ

ธัมมายตนะไม่ใช่เคยเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้นในภูนินั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 453

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม

ปุคคลวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๔๓] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น

กำลังเกิดก็ดี จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตายตนะ

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้

เหล่านั้นกำลังเกิด จักขายตนะกำลังเกิด และโสตายตนะก็จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี โสตายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 454

กำลังเกิด โสตายตนะจักเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๔๔๔] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน

บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่

ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มี

จักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขายตนะกำลังเกิด และฆานายตนะก็

จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 455

กำลังเกิด ฆานายตนะจักเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๔๕] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิก็ดี

บุคคลเหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น

กำลังเกิดก็ดี จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะ

ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้

เหล่านั้นกำลังเกิด จักขายตนะกำลังเกิด และรูปายตนะก็จักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 456

กำลังเกิด รูปายตนะจักเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เท่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี

จักขายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๔๖] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ จักขา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลนั้น แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า-

นั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขายตนะ

กำลังเกิด และมนายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะ

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะ

ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลัง

เกิด มนายตนะจักเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ มนายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 457

จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๔๗] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ จักขา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-

ยตนะกำลังเกิด และธัมมายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จักขาเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด ธัมมายตนะจักเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ จักขายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

จักขายตนมูล จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 458

ฆานายตนมูล

ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๔๘] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคล

เหล่าใดจักเกิดในอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด

ก็ดี ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลัง

เกิด ฆานายตนะกำลังเกิด และรูปายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี รูปายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด รูปายตนะจักเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ รูปายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 459

ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๔๙] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิ ฆานา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ฆานา-

ยตนะกำลังเกิด และมนายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด ฆานายตนฆะก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด มนายตนะจักเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

จบ ฆานายตนมูละ มนายตนมูลี

ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๕๐] ฆานายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 460

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิ ฆานา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด ฆานา-

ยตนะกำลังเกิด และธัมมนายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, ฆานายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่ฆานะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ฆานา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีฆานะเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด ธัมมายตนะจักเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ ฆานายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

ฆานายตนมูล จบ

รูปายตนมูล

รูปายตนมูละ มนายตนมูลี :-

[๔๕๑] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็จักเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 461

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีรูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปา-

ยตนะกำลังเกิด และมนายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลังเกิด

แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี มนายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีรูปะเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด มนายตนะจักเกิด และรูปายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ มนายตนมูลี

รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๕๒] รูปายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ รูปา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 462

เหล่านั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีรูปะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด รูปา-

ยตนะกำลังเกิด และธัมมายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, รูปายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่รูปะเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่รูปา-

ยตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีรูปะเกิดได้เหล่านั้น

กำลังเกิด ธัมมายตนะจักเกิด และรูปายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคล

เหล่านั้น.

จบ รูปายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

รูปายตนมูล จบ

มนายตนมูล

มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี :-

[๔๕๓] มนายตะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, ธัมมายตนะก็จัก

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะกำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 463

นอกจากนั้นที่มีจิตเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด มนายตนะกำลังเกิด และ

ธัมมายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.

ก็หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลใด, มนายตนะก็กำลัง

เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี บุคคลที่จิตเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ธัมมายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจิตเกิดได้

เหล่านั้นกำลังเกิด ธัมมายตนะจักเกิด และมนายตนะก็กำลังเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้น.

จบ มนายตนมูละ ธัมมายตนมูลี

มนายตนมูล จบ

ปุคคลวาระ จบ

โอกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ ฯ ล ฯ

[๔๕๔] จักขายตนะกำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ

จักขายตนมูล จบ

โอกาสวาระ จบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 464

ปุคคโลกาสวาระ

จักขายตนมูล

จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-

[๔๕๕] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสตา-

ยตนะก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ จักขา-

ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด

แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนั้นที่มีจักขุเกิดได้กำลัง

เกิด จักขายตนะกำลังเกิด และโสตายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น.

ก็หรือว่า โสตายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะ

ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุ

เกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี โสตายตนะจักเกิดแก่

บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า

นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด โสตายนะจักเกิด

และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 465

จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี :-

[๔๕๖] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฆานายตนะก็

จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่

กำลังเกิดในรูปาวจรภูมิก็ดี จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิดเเก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกจากนั้น

ที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิ จักขายตนะกำลังเกิด และ

ฆานายตนะก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

ก็หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขายตนะก็

กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังตายในกามวาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่จักขุเกิดไม่ได้

เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิก็ดี ฆานายตนะจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น

ในภูมินั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล

ที่มีจักขุเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิดในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะจักเกิด และ

จักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

จบ จักขายตนมูละ ฆานายตนมูลี

พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 466

จักขายตนมูละ รูปายตนมูลี :-

[๔๕๗] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปายตนะก็

จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?

เมื่อปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะ

กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปายตนะ